คลังเก็บป้ายกำกับ: ออกแบบภายใน

เทคนิคออกแบบบ้านเย็นสบาย

เทคนิคออกแบบบ้านเย็นสบาย ซึ่งการที่เราจะออกแบบบ้านให้เย็นสบายนั้นมีอยู่ทั้งหมด 2 รูปแบบด้วยกัน คือการออกแบบบ้านให้เย็นด้วยเครื่องกล (Active Cooling Design) และอีกแบบนั้นก็คือ การออกแบบบ้านให้สอดรับกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศในเขตที่ตั้งของบ้าน โดยคำนึงถึงเรื่องของธรรมชาติเป็นหลัก (Passive Cooling Design) การเลือกแต่งผนังและพื้น

เทคนิคออกแบบบ้านเย็นสบาย

วันนี้เองเราจึงได้นำเอารูปแบบการออกแบบบ้านที่คำนึงถึงธรรมชาติ ภูมิอากาศเป็นหลัก เพื่อช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น อยู่สบายได้ทั้งปีในประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการออกแบบบ้าน (Passive Cooling Design) มีเทคนิคดังนี้

ออกแบบแปลนบ้านให้หลบแดด

1.ออกแบบแปลนบ้านให้หลบแดดและรับลมได้เต็มที่

ประเทศไทยนั้นอยู่ในเขตภูมิประเทศแบบร้อนชื้น ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ดังนั้นการสร้างบ้านให้หลบมุมของแสงแดดก็มีส่วนช่วยในการลดความร้อนได้ดี นอกจากนี้การวางผังบ้านให้รับลมเพื่อระบายอากาศได้ดีนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน

โดยการวางแปลนบ้านควรออกแบบให้หน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือหรือใต้ เพื่อเปิดรับลมเหนือและใต้ มีการเปิดให้ระบายอากาศได้โล่ง เพื่อให้ลมช่วยนำพาความเย็นเข้ามาในบ้านและปัดเป่าความร้อนออกไปตามลม นอกจากการสร้างบ้านที่มีหน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือหรือใต้นั้นจะช่วยระบายอากาศได้ดีแล้ว ยังช่วยให้บ้านไม่รับอากาศร้อนในตอนเช้าหรือเย็นมาก ทำให้คลายความร้อนในช่วงเวลากลางคืนเยอะ

การวางแปลภายในก็สำคัญ การวางผังห้องนอนนั้นควรจัดไว้ทางทิศตะวันออก เนื่องจากจะได้รับแค่ลมตอนเช้า ไม่ใช่แดดแก่ของตอนบ่ายถึงเย็น ตอนกลางคืนความร้อนจะได้ไม่คลายตัวในห้องนอนเยอะ ทำให้หลับสบายมากขึ้น จัดวางห้องน้ำไว้ทางทิศตะวันตก เพราะแดดบ่ายนั้นเป็นแดดแก่ที่มีความร้อนสูง เหมาะสมกับการเอาส่วนห้องน้ำที่มีความชื้นสูงมาป้องกันความร้อนที่จะแผ่เข้ามาในตัวบ้านได้ดี นอกเหนือจากนี้ก็แนะนำให้มีจุดเปิดรับอากาศในหลายๆ จุดของบ้าน เช่นหน้าต่าง ประตู หรือช่องลม จะช่วยให้บ้านโปร่งระบายอากาศได้ดี

2.สร้างบ้านให้มีหลังคา เพดาน และฝ้า ให้สูงขึ้น

การสร้างบ้านให้สูงนั้นมีส่วนช่วยอย่างมากในการช่วยลดความร้อนในตัวบ้านได้ดี นอกเหนือจากการวางแปลนบ้านที่ดีแล้ว ซึ่งในการสร้างบ้านให้มีหลังคาสูงจะช่วยให้ความร้อนที่แผ่ลงมาจากหลังคาที่รับความร้อนเต็มๆ จากแสงอาทิตย์ ที่จะแผ่ลงมาในตัวบ้านนั้นห่างออกไปทำให้เราไม่ได้ปะทะกับความร้อนแบบใกล้ชิด และกว่าที่ความร้อนจะแผ่ลงมาถึงตัว ลมก็ช่วยพัดเอาความร้อนออกไปได้หมดแล้ว

3.ติดตั้งระแนงหรือฟาซาต

ออกแบบบ้านโดยการใช้ระแนงและฟาซาตในการช่วยลดความร้อนนั้นเป็นสิ่งที่เห็นผลได้ดีมาก โดยระแนงและฟาซาตนั้นจะช่วยให้บ้านลดการปะทะกับแสงอาทิตย์ลง แต่ยังได้รับแสงในปริมาณที่พอเหมาะ มีช่องให้ลมถ่ายเทได้ดี ทำให้ผนังกำแพงของบ้านลดการสะสมของความร้อนได้ดี ซึ่งเป็นเหตุหลักของความร้อนภายในบ้าน

4.ผนังหนาป้องกันความร้อน

เนื่องจากความร้อนที่มีในบ้านส่วนมากนั้นจะถูกแผ่ผ่านออกมาทางกำแพงบ้านเป้นอันดับแรก ดังนั้นการสร้างกำแพงให้เหมาะสมกับการรับความร้อนนั้นมีดังนี้ ก่อกำแพงสองชั้นโดยการนำฉนวนกันความร้อนใส่เข้าไปตรงกลางของกำแพง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนได้ดีขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ความร้อนไม่สามารถซึมเข้ามาได้ถึงกำแพงชั้นที่สองของบ้านหรือน้อยมาก ทำให้ความร้อนที่แผ่ออกมาจากกำแพงบ้านในตอนกลางคืนนั้นมีน้อยมาก

5.ออกแบบสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้ร่มเย็น

ซึ่งในรูปแบบที่ว่านี้ก็คือการปลูกสวนรอบบ้านนั่นเอง ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีส่วนช่วยลดความร้อนให้บ้านได้เป็นอย่างดี โดยการปลูกส่วนหรือสนามหญ้ารอบบ้านนั้นจะช่วยให้พื้นนั้นไม่มีการดูดซับความร้อนเอาไว้ในตอนกลางวัน ที่จะคลายความร้อนออกมาในตอนกลางคืนทำให้อากาศรอบบ้านร้อน ซึ่งต้นไม้จะคลายความชื้นและลมจะช่วยหอบเอาความชื้นนี้เข้าสู่บ้าน ทำให้รู้สึกสดชื่นและเย็นตลอดปี

นอกจากต้นไม้และสวน ก็จะมีแหล่งน้ำอย่างเช่นน้ำพุหน้าบ้าน หรือบ่อน้ำหลังบ้าน ซึ่งในส่วนของแห่งน้ำนี้จะระเหยเป็นความชื้นขึ้นไปบนอากาศ และจะถูกลมเหนือหรือลมใต้พับหอบอความเย็นนี้เข้าในบ้าน ช่วยระบายความร้อนให้ความเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยได้ดี

ติดตั้งระแนงหรือฟาซาต

ฮวงจุ้ยกับหลักการของบ้านก็เป็นเรื่องของความสมดุลที่เรียกว่า อินเอี๊ยง หรือ หยินหยาง คือมีความมืดและความสว่าง ถ้ามีความสว่างมากเกินไปก็จะกระตือรือร้น ร้อนรนมากเกินไป มุ่งมั่นแต่เรื่องเงินอย่างเดียว ขณะเดียวกันความมืดก็คือ ความนิ่ง ความสงบ ถ้าความมืดน้อย ชีวิตก็จะไม่สงบสุข ฉะนั้นหากจะต้องสร้างบ้านใหม่ก็ลองหันมาดูเรื่องของแปลนบ้านให้ถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ย ช่วยเสริมในหลายๆ ด้านของชีวิต เช่น เรื่องเงินทองให้ไหลเข้าบ้าน แต่ไม่ไหลออกไป ซึ่งมีวิธีการดังนี้

ออกแบบบริเวณบ้าน แบบแบ่งหน้า-หลัง ตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยต้องแบ่งหน้าบ้านกับหลังบ้านให้สมดุลกัน โดยหน้าบ้านต้องสว่าง หลังบ้านต้องมืดทึบ เปรียบได้กับหน้าบ้านสว่างเป็นน้ำไหลเข้ามา หลังบ้านทึบเป็นภูเขารับน้ำ แต่ถ้าอยู่สลับที่กัน เช่น หลังบ้านโล่ง แปลว่าไม่มีภูเขา หรือภูเขาตกน้ำ คนที่อยู่ภายในบ้านจะสุขภาพไม่ดี ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างเงินกับคน เพราะตามหลักฮวงจุ้ย หากจะดูเงินที่เข้ามาให้ดูที่ความเคลื่อนไหว ดูว่าจะเก็บอยู่หรือไม่ให้ดูความนิ่ง

 

ข้อห้ามที่ว่าไม่ให้ 2 ประตูตรงกัน แปลว่ามีแต่เงินเข้ามา แต่ทำเท่าไรก็ไม่เหลือเก็บ เราจึงต้องอุดข้างหลัง เหมือนโบราณกล่าวว่าถ้ามีคู่ต้องให้คู่เก็บ สามีทำงาน ภรรยาอยู่บ้านให้เก็บเงิน ไม่มีคนอยู่บ้าน ทำแทบตายไม่มีคนเก็บ หรือในคอนโดก็เช่นกัน ต้องแบ่งครึ่งระหว่างหน้ากับหลัง กฎของแม่น้ำกับภูเขาก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน

กฎของความสว่างกับความมืดทึบต้องอยู่ตรงข้ามกันเสมอ ทุกครั้งที่มีเข้ามาต้องมีการรับ เช่น ถ้ามีประตูต้องไม่มีหน้าต่างตรงกัน แสงก็เช่นกัน ต้องมีความสมดุลระหว่างสว่างและมืด ที่ว่าหน้าบ้านเป็นโบสถ์ วัด โรงเจ ถือว่าเป็นความมืด จะแก้ด้วยการติดไฟสว่างไว้ 1 ดวง เพื่อแก้ให้มีความสว่างเกิดขึ้น หรือหากหน้าบ้านมีรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนภูเขาอยู่ตรงหน้า อาจไม่ดี ต้องแก้ด้วยความโล่งโปร่ง จึงต้องมีการวางน้ำพุ ลานน้ำผุดขึ้นมาแก้สร้างความสมดุล เพราะความทึบ คือ ความมั่นคง บุคคล ส่วนความโล่ง คือ การเงินหรือสุขภาพ

แปลนบ้านที่สมดุล สัมพันธ์กับฮวงจุ้ย

ความสมดุลของบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนจะรู้ว่าสมดุลหรือไม่นั้น หลักการคำนวณเริ่มจากยืนจากหน้าบ้านใช้เข็มทิศวัด ว่าบ้านนี้หันหน้าไปทางทิศไหน หลังตั้งอยู่ทิศอะไร แล้วมาคำนวณ เบื้องต้นบ้านที่ดีต้องแบ่งด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องได้เท่าๆ กัน

 

สำหรับลักษณะของบ้านที่ดีต้องเข้าตรงกลาง โดยให้เปรียบสัมพันธ์กับหน้าตาของคนเรา ทางเข้าถ้าเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวาเหมือนปากไม่ตรง กินไม่ถนัด และบ้านที่เอาบันไดไว้หน้าบ้านก็ไม่ดี เพราะเปรียบเสมือนเอาภูเขาไปอุดอยู่ข้างหน้า บ้านที่เป็นรูปลักษณะที่ดี คือ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ด้านตั้งก็ด้านยาว การต่อเติมที่ไม่สมดุลมีส่วนเกินมาก ทำให้ไม่ครบองค์ประกอบ 8 ทิศไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ดีในแง่ฮวงจุ้ย

ในการพิจารณาตามศาสตร์ฮวงจุ้ยต้องดูเฉพาะตัวบ้าน ไม่ต้องสนใจที่ดิน ซึ่งประตูบ้านสำคัญกว่าประตูรั้ว เพราะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เข้ามาหาเรา รูปลักษณะบ้านก็ต้องอยู่ในความสมดุล โดยบ้านที่ดีคือ บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ประตูกับบันไดควรสัมพันธ์กัน ทางเข้าต้องมีบันไดรับ ซ้ายหรือขวาได้ แต่ต้องไม่ใช่ตรงกลางบ้าน เปรียบเสมือนการรับทรัพย์และนำเข้าไปในตัวบ้าน

 

การเลือกแปลนบ้านให้ใช้เกณฑ์ของกระแสที่ไหลมาเป็นตัวกำหนด คือ ให้ถนนเป็นหลัก หากว่าเป็นหลังสุดท้ายและติดริมรั้วเลยถือว่าไม่ดี เรียกว่าปลายน้ำ ยิ่งเป็นรั้วที่ติดกับหมู่บ้านและมีบ้านที่อยู่ภายนอกบังอยู่ด้วยยิ่งไม่ดี แต่ถ้าติดรั้วและอีกฝั่งเป็นที่โล่งยังถือว่ามีกระแสลมพัดผ่าน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องมองว่าต้นทางกับปลายทางสู้กลางทางไม่ได้”

แปลนบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี

  • ห้องรับแขก เมื่อเข้าประตูมาแล้วจะอยู่ซ้ายหรือขวาแล้วแต่ทิศทางเป็นตัวกำหนด
  • ห้องใหญ่ที่สุด คือ ห้องของหัวหน้าครอบครัว เป็นคนที่หาเงินได้มากที่สุด
  • บ้านที่ดีต้องวางแปลนบ้านให้มุมของพ่อแม่ควรเป็นมุมสงบอยู่ชั้นล่าง
  • ห้องครัว เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถือเป็นมุมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง ไม่โปร่งโล่งเกินไป ควรเป็นมุมที่ต้องแอบซ่อน เห็นครัวง่ายก็จะมีคู่แข่งตลอด อาหารการกินก็จะมีคนมาแย่งกิน กรณีนี้ยกเว้นสำหรับร้านอาหาร และครัวไทยที่ทำนอกบ้าน
  • การทำครัว ให้เลี่ยงการประจันหน้าระหว่างเตาไฟกับอ่างล้างจาน เพราะน้ำกับไฟเจอกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะกัน
  • โดยหลักการฮวงจุ้ย การดูครัวให้ใช้ดวงชะตาของแม่บ้านเป็นหลัก เพราะถ้าแม่บ้านไม่มีแรง กลับบ้านมาก็ไม่มีใครป้อนอาหารให้มีความสุขได้
  • ควรเว้นการทำห้องน้ำตรงกลางบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ห้ามส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด เพราะจะทำให้ประธานมีปัญหา
  • หน้าต่างและบันไดบ้าน ควรจัดสมดุลด้วยสายตาและยึดหลักจำนวนเลขคี่ เพราะเลขคี่ คือ พลังการเคลื่อนไหว ส่วนเลขคู่ คือพลังหยุดนิ่ง
  • หลังคาบ้าน เปรียบเสมือนหมวก หากว่าออกแบบชายคาต่ำกว่าสายตา ทำให้คนในบ้านมองไปไม่ไกล ทัศนวิสัยไม่ดี เหมือนปิดหน้าปิดตาไว้

ระวังทางสามแพร่ง

ที่สำคัญทางสามแพร่งถือเป็นข้อห้ามอันดับหนึ่ง เพราะกระแสจะวิ่งตรงเข้ามาชนตัวบ้าน ชนประตู จะมีปัญหามาก คนที่อยู่บ้านลักษณะนี้จะไม่มีความสุขเพราะกระแสแรง ส่งผลต่อคนแต่ละคนและมีทิศทางเป็นตัวกำหนด หากพุ่งชนทิศตะวันออกจะเกี่ยวข้องกับคำพูด ลม ปากและคอแห้ง มักจะมีปัญหาสุขภาพเรื่องปอด ทิศตะวันตกมักจะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ ทิศเหนือมีปัญหาเรื่องมดลูก ทิศใต้มีปัญหาเรื่องสายตา อย่างไรก็ตามบ้านลักษณะนี้เงินทองจะเข้าดีแต่สุขภาพจะไม่ค่อยดี

ประตูหน้า-ประตูหลัง

ปี๋เซี๊ยะ สัตว์มงคล ที่มีแต่ปาก แต่ไม่มีมีทวาร บ้านบางบ้านก็ปิดประตูหลังเสีย แบบนี้ไม่ดีนะครับ การที่เรากินแล้วไม่ถ่าย หรือมีแต่ประตูหน้าแล้วไม่มีประตูหลัง แสดงว่า การเงินนั้น จะไหลไม่คล่อง ไหลเข้าบ้านมาซักพัก พอเด็มแล้วก็หยุด คุณเคยเป็นมั้ย ตอนเข้ามาอยู่บ้านแรกๆ ธุรกิจรุ่งเรือง เจริญดีมาก แต่อยู่ซักพัก ทำไมเริ่มอืด ให้สังเกตุแบบนี้ครับ น้ำไหลจากหน้าบ้าน ไปสู่หลังบ้าน ไหลจากประตูหน้าบ้านที่ใหญ่ ไปสู่ประตูหลังบ้านที่เล็ก โดยที่ประตูเล็กหลังบ้าน ต้องไม่ตรงกับประตูใหญ่หน้าบ้าน เงินจะค่อยๆ ไหลเข้ามาจนเต็มก่อน แล้วค่อยๆ ออก นี่คือความคล่องตัว ดังนั้น อย่าปิดประตูหลังบ้านเด็ดขาด หากคุณปิดประตูหลังบ้านเมื่อไร แสดงว่า คุณจะไม่รับเงินใหม่แล้ว พอใจในเงินที่มีแค่นี้อยู่แล้ว ถ้าพอใช้ ปิดประตูหลังไปเลยล่ะ

การเลือกแต่งผนังและพื้น

การเลือกแต่งผนังและพื้น การเลือกใช้ผนังเบาสำหรับกั้นพื้นที่ใช้สอยหรือนำมาใช้จัดสรรการใช้งานให้พื้นที่ในบ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ

การเลือกแต่งผนังและพื้น

ผนังเบาคืออะไร

ผนังเบาคืออะไร

การกั้นผนังเบาในบ้านหรือพื้นที่อยู่อาศัยต่าง ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้สำหรับงานต่อเติมเพื่อจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีความเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการติดตั้งและไม่ทำให้การต่อเติมบริเวณหน้างานสกปรกเลอะเทอะแล้ว ผนังเบายังสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนกำแพงบ้านได้ดีเช่นเดียวกับกำแพงที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่ามาก จึงไม่ส่งผลต่อโครงสร้างบ้านเดิม และช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนในการต่อเติมพื้นที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยจะติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวไม้ เหล็ก หรืออะลูมิเนียม ก่อนที่จะนำวัสดุผนังเบามาปิดทับ ซึ่งในปัจจุบันมีวัสดุให้เลือกสรรอยู่หลายชนิดด้วยกัน ได้แก่

  • แผ่นไม้อัดซีเมนต์ เป็นวัสดุผนังเบาที่ผลิตขึ้นมาจากส่วนผสมระหว่างขี้เลื่อยไม้และปูนซีเมนต์ ซึ่งถูกนำไปอัดด้วยแรงกดระดับสูงในการขึ้นรูปทรงเป็นแผ่น ก่อนที่จะนำไปอบซ้ำอีกครั้งเพื่อนำความชื้นออกจากวัสดุ จึงทำให้วัสดุผนังเบาประเภทนี้มีความแข็งแรงและมีพื้นผิวที่เรียบเนียน แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าวัสดุผนังเบาประเภทอื่น อีกทั้งยังมีราคาสูงมากกว่า
  • แผ่นยิปซัม เป็นวัสดุที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นผนังเบาอย่างแท้จริง เพราะมีน้ำหนักเบา ผลิตขึ้นจากแร่ยิปซัมที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติไม่ลามไฟ โดยมีการปิดทับด้วยกระดาษที่มีความแข็งแรงทนทานทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อให้มีพื้นผิวเรียบเนียน สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ปิดทับผิวผนังก่ออิฐให้มีผิวที่เรียบเนียนสวยมากขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งนอกจะสามารถนำแผ่นยิปซัมมาใช้ในการกั้นผนังห้องแล้ว ยังมีวัสดุยิปซัมที่ใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดาน รวมถึงแผ่นยิปซัมที่เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ในบ้านให้เลือกสรรอีกมากมาย
  • แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นผนังเบาที่ได้รับการผลิตขึ้นมาจากปูนซีเมนต์ผสมกับเส้นใยเซลลูโลสหรือใยธรรมชาติที่ปราศจากใยหิน และทรายซิลิกา โดยนำไปอบด้วยไอน้ำแรงดันสูงที่มีความแข็งแรงทนทาน มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบพื้นผิวเรียบและผิวหยาบตามความต้องการในการใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกขนาดและความหนาได้ตามความเหมาะสม

 

ผนังเบา

หลายคนอาจสับสนคิดว่าผนังเบาก็คืออิฐมวลเบา แต่ความจริงแล้วผนังเบาเป็นวัสดุได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้าน กั้นส่วนใช้สอยให้เป็นสัดส่วน หรือใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดานมากกว่าการนำไปก่อสร้างเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้าน ซึ่งวัสดุชนิดผนังเบาจะมีคุณสมบัติโดดเด่นที่ง่ายต่อการติดตั้ง มีน้ำหนักเบา แต่สำหรับอิฐมวลเบาจะเป็นวัสดุที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้านด้วยการฉาบแต่งพื้นผิวได้เช่นเดียวกับผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและใกล้เคียงกันกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถใช้เป็นผนังภายนอกบ้านได้ มีคุณสมบัติช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้มากกว่าผนังเบา อีกทั้งยังมีความแข็งแรงมากกว่า

ไม่ต้องมีคานรองรับ

การต่อเติมหรือตกแต่งบ้านด้วยผนังเบาค่อนข้างมีความสะดวกสบาย สามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีคานรองรับการต่อเติม เพราะสามารถติดตั้งผนังเบาได้ทันทีเพียงแค่มีโครงสร้างหลักที่ทำจากวัสดุเหล็ก โครงคร่าวไม้ หรืออะลูมิเนียม ซึ่งวัสดุผนังเบาแต่ละชนิดก็จะมีการใช้โครงสร้างหลักในการติดตั้งที่แตกต่างกันออกไป เมื่อติดตั้งโครงสร้างหลักเรียบร้อยดีแล้วก็สามารถนำผนังเบามาติดตั้งปิดทับโครงสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องฉาบปูนใด ๆ ให้วุ่นวาย จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งผนังภายในบ้านเพิ่มเติมเพื่อกั้นส่วนใช้สอย หรือการออกแบบสเปสใหม่ไว้สำหรับใช้งานภายในบ้าน

ควรมาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรง

แม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนค่อนข้างมาก แต่การติดตั้งผนังเบาเพื่อต่อเติมเป็นผนังภายในบ้านก็ควรมาพร้อมโครงสร้างสำหรับการติดตั้งที่มีความแข็งแรง หากจะเลือกใช้โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีสำหรับติดตั้งเป็นโครงสร้างหลัก แนะนำว่าควรเลือกใช้เหล็กที่มีความหนาอย่างน้อย 0.55 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุผนังเบาที่เลือกใช้ในการติดตั้งผนัง ไม่ว่าจะเป็นผนังเบาที่ทำจากไฟเบอร์ซีเมนต์หรือแผ่นยิปซั่มก็ควรมาพร้อมความหนาอย่างน้อย 12 มิลลิเมตร ก่อนที่จะยึดติดด้วยวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะของผนังมากขึ้นอย่าง พุกเหล็ก ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่มีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้นกว่าเดิม

คำนวนพื้นที่ให้พอดีก่อนกั้นห้องใหม่

เมื่อต้องการกั้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเพิ่มเติมใหม่ด้วยการใช้ผนังเบาเป็นผนังของบ้าน แนะนำว่าควรทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่าต้องแบ่งสเปซเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการใช้งานตามต้องการ โดยควรมีการเว้นระยะทางเดินภายในบ้านไว้ให้สามารถใช้งานไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างสะดวกสบายประมาณ 1 เมตร สำหรับพื้นที่ภายในห้องที่ต้องการแบ่งสเปซเป็นห้องนอนใหม่ก็ควรมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดพอดี ไม่เล็กจนเกินไป เพื่อให้มีสเปซในแต่ละส่วนใช้งานที่มากพอสำหรับการพักผ่อนและการใช้สอยอย่างสะดวกสบายโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

สามารถติดตั้งใช้งานได้ในพื้นที่แห้งและไม่เปียกชื้น

แม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการติดตั้งเป็นผนังภายในบ้าน แต่ก็ไม่สามารถนำไปติดตั้งได้ในทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เปียกและชื้นอย่าง ห้องน้ำ ซึ่งอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปในโครงคร่าวหรือตามรอยต่อระหว่างแผ่นจนเกิดความเสียหายกับผนังเบาได้เช่นกัน หรือบางคนอาจคิดว่าการทากันซึมและการปิดผิววัสดุชนิดอื่นทับจะช่วยป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ด้านในของผนังเบาได้ดี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการใช้งานบนพื้นที่เปียกชื้นที่ไม่ปลอดภัยต่อวัสดุผนังเบา

เพิ่มความแข็งแรงให้ผนังมากขึ้นเมื่อต้องแขวนของหนัก

เพราะผนังเบาเป็นวัสดุที่ไม่ได้มีความแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับผนังก่ออิฐฉาบปูนที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน จึงทำให้ไม่อาจรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมจากการแขวนตกแต่งหรือประดับสิ่งของเครื่องใช้ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักบนผนังได้มากนัก หากต้องการติดตั้งทีวีบนผนังเพิ่มเติม หรือแขวนชั้นวางของ กรอบรูป และของตกแต่งบ้านที่ค่อนข้างมีน้ำหนักลงบนผนังเบาที่ต่อเติมใหม่ แนะนำว่าควรมีการเสริมโครงคร่าวสำหรับการติดตั้งผนังเบาให้มีความถี่มากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผนังเบามากยิ่งขึ้น ในส่วนของการติดตั้งเครื่องใช้หรือของตกแต่งบ้านบนผนังเบา แนะนำว่าควรติดตั้งยึดเข้ากับบริเวณโครงคร่าวโดยไม่ยึดกับวัสดุปิดผิวผนัง เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายกับวัสดุผนังเบา

ให้ความสำคัญกับรอยต่อบนผนัง

ในส่วนของบ้านที่มีการต่อเติมและติดตั้งผนังเบาภายในบ้านจะมีรอยต่อบนผนังที่ไม่ได้แนบเนียนเป็นผืนเดียวกันเหมือนผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวจากรอยต่อบนผนังได้ง่ายกว่าจากการยืดและหดตัวของวัสดุผนังเบา หรืออาจเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างหลัก และการเกิดแรงกระเทือนจากภายนอกในระดับที่ส่งผลต่อผนังเบา จึงควรใช้ยาแนวมาฉาบตามแนวรอยต่อบนผนังให้เรียบเนียนก่อนทาสีทับ เพื่อช่วยลดการเกิดปัญหาจากรอยต่อระหว่างแผ่นผนังเบาในอนาคต

เพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาในบ้าน

เนื่องจากผนังเบาเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการต่อเติมหรือตกแต่งบ้านเป็นผนังที่ง่ายต่อการติดตั้งและรื้อถอน หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่สามารถกันเสียงและกันความร้อนได้มากขึ้น แนะนำว่าควรติดตั้งฉนวนกันร้อนเพิ่มเติมบริเวณช่องว่างระหว่างโครงคร่าวและวัสดุผนังเบา เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาสามารถกันความร้อนและเสียงได้มากขึ้นกว่าเดิม

วัสดุตกแต่งพื้นบ้าน การเลือกแต่งผนังและพื้น

สีและลายไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงแล้ววัสดุทั้งสองชนิดนี้ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ปูพื้นภายในที่อยู่อาศัยให้สวยงามนั้นมีความแตกต่างกันออกไป

วัสดุตกแต่งพื้นบ้าน

ไม้ลามิเนต (Laminate)

ลามิเนต ตามความหมายในภาษาอังกฤษนั้นอธิบายไว้ถึงลักษณะลามิเนตว่าเป็นชั้นบาง ๆ ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกพื้นไม้ลามิเนตที่มีลักษณะเป็นแผ่นไม้บาง โดยผ่านกระบวนการผลิตด้วยการบีบอัดไม้จากความแรงดันสูงและความร้อนที่ประกอบเข้ากันกับวัสดุชนิดอื่นอีกหลายชั้น รวมทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นแรก เป็นชั้นพื้นผิวบนสุดของลามิเนต ซึ่งได้รับการผลิตให้มาพร้อมประสิทธิภาพในการป้องกันรอยขีดข่วนและพร้อมรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยไม่ทำให้พื้นผิวเกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงามหรือเกิดการบุบยุบตัวจากการกระแทกด้วยของแข็งมีน้ำหนัก
  • ชั้นที่สอง เป็นชั้นลายไม้ที่ผ่านกระบวนการออกแบบโดยคอมพิวเตอร์สำหรับทำลวดลายไม้ให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มความสวยงามให้วัสดุพื้นไม้ที่ไม่ได้มีลวดลายชัดเจนดูสวยงาม โดดเด่น และมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • ชั้นที่สาม เป็นชั้นของไม้จริง โดยมีการนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยก่อนอัดแน่นและทำให้อยู่ในรูปแบบของแผ่นไม้ ด้วยวิธีการแบบ High Density Fiberboard ที่มีลักษณะคล้ายกับไม้จริงมากที่สุด แต่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริง รวมถึงประสิทธิภาพที่มีความแข็งแรงทนทาน ด้วยการผสมผสานสารป้องกันความชื้น พร้อมสารป้องกันปลวกและแมลง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ไม้ลามิเนตมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • ชั้นที่สี่ เป็นส่วนชั้นล่างสุดของไม้ลามิเนต ซึ่งเกิดจากการนำแผ่นพลาสติกที่สามารถป้องกันความชื้นและปลวกได้ดีมาใช้ประกอบเข้ากันเป็นชั้นสุดท้ายของไม้ลามิเนต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้ลามิเนตมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากกว่าไม้จริง
คุณสมบัติของไม้ลามิเนต

ไม้ลามิเนตเป็นวัสดุที่สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ระบบคลิกล็อค โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีตอกด้วยตะปูหรือยึดติดด้วยน็อตสกรูให้วุ่นวาย จึงทำให้สามารถติดตั้งไม้พื้นลามิเนตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังพร้อมมอบความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว และด้วยวัสดุที่ได้รับการผลิตมาเป็นอย่างดี จึงทำให้ไม้ลามิเนตมาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียบนพื้นผิวหรือในเนื้อไม้ พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน สามารถทนต่อการรองรับแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี หรือหากเป็นพื้นที่ภายในบ้านที่ต้องเผชิญกับแสงแดดก็ไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดรูปกับไม้ลามิเนต นอกจากนี้ยังมีเฉดสีให้เลือกนำไปตกแต่งบ้านและอาคารต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายตามความชอบ

ข้อควรรู้สำหรับไม้ลามิเนต

แม้ลามิเนตจะมีคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงและทนทานได้ดี แต่ก็ไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้มากนัก โดยเฉพาะหากมีน้ำหกลงบนพื้นลามิเนตภายในห้องจึงควรเช็ดให้แห้งทันที เพราะหากปล่อยน้ำที่หกทิ้งไว้บนพื้นลามิเนตเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อพื้นผิวลามิเนตได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือควรมีการติดตั้งลามิเนตบนพื้นที่มีความเรียบได้ระดับอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยทำให้ไม่เกิดเสียงดังบนพื้นลามิเนตในขณะเดินไปมาภายในห้อง โดยวัสดุชนิดนี้จะไม่สามารถขัดลอกสีเดิมออกเพื่อเปลี่ยนเป็นสีใหม่ได้ เพราะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบสำเร็จรูปด้วยการนำวัสดุที่มีความแตกต่างกันมาอัดแน่นรวมกันในแต่ละชั้น จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมของวัสดุได้ตามต้องการ

ไม้เอ็นจิเนียร์

ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood)

ไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นไม้พื้นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำไม้ธรรมชาติมาผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรม เพื่อทำให้ไม้เอ็นจิเนียร์มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน ด้วยการอบหรือเคลือบน้ำยากันปลวกและแมลงต่าง ๆ โดยไม้ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตจะเป็นไม้ธรรมชาติที่เกิดจากป่าปลูก ด้วยการปลูกไม้ขึ้นมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ เพื่อไม่เป็นการตัดไม้ทำลายป่าและทำลายระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยไม้เอ็นจิเนียร์จะมีลักษณะเป็นชั้น ๆ ประกอบเข้าไว้ด้วยกันจำนวน 3 ชั้น โดยแบ่งออกเป็น

  • ชั้นแรก เป็นพื้นผิวไม้ธรรมชาติที่ฝานมาจากไม้ซุงจนเป็นแผ่นไม้บาง ๆ ที่มีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร โดยไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาใช้เป็นผิวไม้ชั้นแรกจะเป็นไม้ประเภท ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้โอ๊ค เป็นต้น
  • ชั้นที่สอง เป็นไม้ยูคาลิปตัสที่ถูกนำมาฝานจนเป็นแผ่นบาง ก่อนที่จะนำมาซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อช่วยลดการขยายตัวของไม้พื้น
  • ชั้นที่สาม ส่วนชั้นล่างสุดของพื้นไม้ชนิดนี้จะเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรง โดยมีการนำไปพ่นน้ำยากันความชื้นอีกชั้นหนึ่ง
คุณสมบัติของไม้เอ็นจิเนียร์

นอกจากความสวยงามเป็นธรรมชาติของพื้นผิวไม้ที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากไม้ธรรมชาติในแบบที่คุ้นชินแล้ว วัสดุประเภทนี้ยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการติดตั้งพื้นไม้ธรรมชาติทั่วไป อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานที่มากกว่า ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหดตัวน้อยและสามารถทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้ลามิเนต พร้ออมทั้งยังมีเฉดสีเข้มและอ่อนให้เลือกอย่างหลากหลายตามการใช้งานที่ต้องการ

ข้อควรรู้สำหรับไม้เอ็นจิเนียร์

แม้จะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตจากไม้ธรรมชาติและมีความทนทานแข็งแรง แต่ก็อาจเกิดรอยขีดข่วนและทนต่อแรงกระแทกได้น้อยกว่าไม้ลามิเนต ในขณะที่มีราคาสูงกว่าไม้ลามิเนตส่วนใหญ่ และเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการติดตั้งบนพื้นที่เรียบได้ระดับเท่านั้น เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังในขณะเดินบนไม้ที่ปูบนพื้นไม่ได้ระดับ

 

การเลือกสีทาบ้านสวยลงตัว

การเพิ่มสีสันให้มุมมองของบ้านดูโดดเด่น และชวนสะดุดตามีชีวิตชีวาด้วยสีทาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทนสีอ่อน สีสดใส หรือเฉดสีเข้มขรึมแบบคุมโทนไว้ก่อน ก็ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการตกแต่งบ้านที่ไม่ควรมองข้าม ไม่เว้นแม้แต่การทาสีผนังด้วยโทนสีขาวล้วนเพื่อใช้ปกปิดผิวผนังปูนในบ้านให้ดูเรียบเนียนสวยงาม ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกสรรโทนสีและคุณสมบัติของสีที่มีความเหมาะสม เพื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

มองหาแรงบันดาลใจ

หลายครั้งที่คุณอาจมีโทนสีที่ชอบอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะหยิบนำเฉดสีเหล่านั้นมาใช้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างไรให้สวยงามและลงตัวกับรสนิยมความชอบในการแต่งบ้านมากที่สุด การมองหาไอเดียในการแต่งบ้านจากที่ต่าง ๆ ทั้งหนังสือ นิตยสาร หรือแม้แต่การออกเดินทางไปท่องเที่ยว ก็นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้การเลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับการแต่งบ้านได้อย่างตรงใจกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้การเลือกสีทาบ้านมีเป้าหมายที่ชัดเจนและพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว

กำหนดฟังก์ชั่นการใช้งาน

เมื่อต้องการตกแต่งภายในบ้านให้มีชีวิตชีวามากกว่าการทาสีผนังด้วยโทนสีขาวแบบเดิม ๆ จึงจำเป็นต้องสำรวจวัตถุประสงค์ของการใช้สอยพื้นที่ในบริเวณนั้นให้มั่นใจว่าต้องการให้เป็นพื้นที่ใช้งานแบบใด เพราะการกำหนดฟังก์ชั่นที่ชัดเจนในแต่ละโซนใช้งานจะช่วยทำให้การเลือกสรรสีทาบ้านเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้สอยจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ใช้สำหรับพักผ่อนยามค่ำคืน ห้องนั่งเล่นที่ใช้สำหรับการผ่อนคลายระหว่างวัน หรือแม้แต่มุมนั่งทำงานภายในบ้าน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเลือกใช้สีทาผนังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเลือกใช้เฉดสีผิดพลาดในการตกแต่งบ้านก็อาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านบริเวณดังกล่าวไม่น่าอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ห้องนอนที่ดีควรมีโทนสีที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืน หลีกเลี่ยงการใช้เฉดสีร้อนแรงตกแต่งผนังบ้าน เพราะอาจส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนได้ หรือหากเป็นมุมทำงาน ก็อาจเลือกตกแต่งภายในบ้านด้วยโทนสีสว่างขึ้นมาหน่อย เพื่อปลุกพลังในการทำงานให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าและมีแรงกระตุ้นที่ดี

องค์ประกอบต่างๆ ของเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง

แม้จะเลือกสีทาผนังได้สวยถูกใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ภายในบริเวณนั้นจะสวยงามเสมอไป เพราะการแต่งบ้านที่ดีควรมีองค์ประกอบที่สวยงามเข้ากันอย่างลงตัว โดยควรพิจารณาจากเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่จะนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ในบริเวณนั้นว่าโทนสีใด หรือมีองค์ประกอบของพื้นผิววัสดุและรูปทรงเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถเลือกสีสำหรับทาผนังบ้านได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนั้น

การพิจารณาแสงสว่าง ออกแบบภายใน

คำถามยอดฮิตคือควรเลือกสีผนังบ้านอย่างไร หรือเลือกสีไหนถึงจะทำให้พื้นที่ภายในบ้านสวยลงตัวและมีบรรยากาศที่น่าอยู่มากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การเลือกโทนสีสวยมาตกแต่งผนังภายในบ้าน หรือการเลือกคุณสมบัติของสีทาบ้านที่ดีเทานั้น แต่ยังควรพิจาณาจากแสงสว่างธรรมชาติภายในพื้นที่บริเวณนั้นอีกด้วย โดยควรสำรวจดูว่าพื้นที่ในแต่ละจุดของบ้านสามารถเปิดรับแสงสว่างได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากมุมบ้านที่แสงสว่างไม่สามารถส่องผ่านได้อย่างทั่วถึง แต่มีการเลือกใช้สีทาบ้านโทนเข้มมาตกแต่งบ้านในบริเวณนั้น ก็อาจทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดทึบ คับแคบ และดูน่าอึดอัดจนไม่น่าอยู่ได้เช่นกัน แต่เป็นบริเวณใช้สอยที่มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ อาจลองเติมเต็มพื้นที่ในบริเวณนั้นด้วยโทนสีที่ดูอบอุ่น ก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านสมดุลลงตัวมากกว่าเดิม