ช่วยลดน้ำหนัก หุ่นสวยใครก็อยากมี ว่ายน้ำ เพื่อหุ่นสวย

ว่ายน้ำ สดชื่นอากาศบ้านเราตอนนี้มีแต่ร้อนและร้อนขึ้นเรื่อยๆ มีบ้างไหมที่อากาศร้อนๆแบบนี้จะทำให้ความรู้สึกอยากออกไปวิ่งไม่กระตือรือร้นเหมือนอย่างเคย ซึ่งการคาร์ดิโอเพื่อการลดน้ำหนักนั้นไม่ได้มีแค่การออกไปวิ่งเพียงอย่างเดียว เพียงแต่การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์และใช้สถานที่มากมาย ซึ่งสะดวกและสบายกว่าการไปทำกิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่นๆ

อย่างไรก็ดีการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนักนั้นจะเลือกกิจกรรมใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นประกอบเสียงเพลง หรือเล่นกีฬาอะไรก็ได้ที่ชื่นชอบ โดยควรหาเวลาทำกิจกรรมให้ได้ 60-90 นาทีต่อวัน หรือไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน จำนวน 3-4 ต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการจัดโภชนาการและคุมอาหารอย่างถูกต้อง เพียงเท่านี้ก็ทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ยังมีกิจกรรมการออกกำลังกายอีกอย่างนึงที่สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานงานและ ช่วยกระชับหุ่นสวยได้ไม่แพ้การวิ่งเลยนั้นก็คือ “การว่ายน้ำ” การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่เคยได้รับความนิยมมาก แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้คนหลงลืมไปว่าความจริงการว่ายน้ำถือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์แบบครบครัน อ่อนโยน แรงกระแทกน้อย และยังเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบการคาร์ดิโอ และออกแรงต้านแบบเวทเทรนนิ่งไปพร้อมๆกัน

ว่ายน้ำ ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร
การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบการคาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดหลักทั่วร่างกายในการออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงานจึงสามารถใช้เป็นกิจกรรมเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักได้ การว่ายน้ำสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ตั้งแต่ 90-550 kcal โดยปริมาณจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เพศ วัย ระยะเวลา ความต่อเนื่อง และความหนักของกิจกรรม

ปริมาณการเผาผลาญพลังงานของการว่ายน้ำแต่ละท่า (ตัวอย่างจากคนน้ำหนักเฉลี่ย 58 กิโลกรัม)
ท่าฟรีสไตล์ (Freestyle) ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ราวๆ 68.8 กิโลแคลอรี่ต่อ 10 นาที ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก ท้อง และ ไหล่ให้แข็งแรง
ท่ากบ (Breaststroke) ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ได้ราวๆ98.3 กิโลแคลอรี่ต่อ 10 นาที ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ขา แขน หน้าอก และหัวไหล่
ท่ากรรเชียง (Backstroke) ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ได้ราวๆ 68.8กิโลแคลอรี่ต่อ 10 นาที และยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณท้อง ต้นขา และหัวไหล่ อ่านเพิ่มเติม

เด็กไทยอ้วน ขึ้นแค่ไหน ลดอย่างไรไม่อันตราย

เด็กไทยอ้วน ขึ้นแค่ไหน ลดอย่างไรไม่อันตราย
วันเด็กเพิ่งผ่านไป ถือโอกาสขอนำเสนอเรื่องของเด็กๆกันบ้าง เพราะเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า จะเป็นกำลังผู้ขับเคลื่อนประเทศในอนาคต แต่ทะว่า ถ้าหากเด็กวันนี้มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จะเอากำลังที่ไหนไปพัฒนาประเทศได้ ปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนไปมาก ทั้งสภาพเศรฐกิจสังคม บีบคั้นให้สังคมหน่วยเล็กๆอย่างครอบครัวเปลี่ยนไป พ่อแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน และฝากชีวิตลูกน้อยไว้กับเนอสเซอรี่และโรงเรียน เวลาดูแลกันและกัน ทานข้าวด้วยกันน้อยลง ต้องอาศัยให้ลูกเลือกทานอาหารด้วยตนเองบ้าง หรือแวะทานตามร้านระหว่างทางก่อนกลับบ้านบ้าง เพราะด้วยสภาพการจราจร และระยะเวลาในการเดินทาง อีกทั้งการเลือกทานอาหารและวัฒนธรรมการทานอาหารของเด็กๆเองก็เปลี่ยนไป ทั้งขนมนมเนย อาหารฟาสฟู้ดถือเป็นสิ่งโปรดปรานของเด็กๆ ขนมและอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วย แป้ง น้ำตาลและเกลือจำนวนมาก ทำให้เด็กมีสถานภาพทางโภชนาการที่แย่ลง
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ จึงทำให้สถานการณ์สุขภาพของเด็กทั้งก่อนวัยเรียนและในวันเรียนเริ่มน่าเป็นห่วง จากการสำรวจพบว่าในช่วง 10 ปีหลัง เด็กไทยมีปัญหาน้ำหนักมากเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข ที่สำรวจไว้ในปี 2556 แสดงว่า สัดส่วนของจำนวนเด็กไทยที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์เพิ่มขึ้นทุกปี และเด็กในกลุ่มนี้อาจมีการพัฒนาเป็นเด็กที่มีภาวะโรคอ้วนได้ และคาดว่าในปีหน้า(2558) เด็กก่อนวัยเรียนในประเทศไทยจะกลายเป็นเด็กอ้วนในสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 5 คือ เด็ก 5 คนจะมีเด็กอ้วน 1 คน และเด็กวัยเรียน จะมีสัดส่วนของเด็กอ้วนอยู่ที่ 1 ใน 10 ซึ่งถ้ายึดตามสถิตินี้จะถือว่าประเทศไทยมีประชากรเด็กอ้วนเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สถิติยังแสดงว่าเด็กก่อนวัยเรียนอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 และเด็กวัยเรียนอายุ 6-13 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 และแทบไม่ต้องสงสัยเลย ความอ้วนเหล่านี้มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กที่เปลี่ยนไปนั้นเอง อ่านเพิ่มเติม

โดยเฉพาะเวลาตื่นนอน นอนตกหมอน คนมักบ่นว่าปวดคอ ปวดศีรษะ

หลายๆ คนมักบ่นว่าปวดคอ ปวดศีรษะ โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนต้นคอแข็งเกร็ง แทบจะขยับไม่ได้ หันคอไม่ได้ และบางครั้งศีรษะเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง และอาจมีอาการปวดร้าวลงที่แขนหรือสะบักด้วย อาการปวดคอจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะตื่นนอนเรียกว่า การตกหมอน

เพราะมักพบว่า ศีรษะไม่ได้หนุนอยู่บนหมอน ตอนตื่นนอน กลางคืนในช่วงหน้าร้อน ความชื้นสูง และแทบไม่มีลมพัดโบกเลยถึงแม้จะนอนที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเหงื่อก็ยังคงออกจนเหนียวตัว ทำให้นอนหลับไม่สนิท จึงนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืน ทั้งนอนหงาย นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวา แม้กระทั่งนอนคว่ำ กว่าจะได้นอนหลับสนิทจริงๆ คงใกล้ฟ้าสาง ตี 4 ตี 5 ซึ่งนอนยังไม่ทันเต็มอิ่ม ก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเร่งรีบไปทำงาน

การนอนไม่หลับ เป็นปัจจัยสำคัญของอาการตกหมอน โดยเฉพาะการนอนหลับไม่สนิท นักวิทยาศาสตร์พบว่า ตลอดคืนที่เรานอนหลับ เราจะผ่านระยะนอนหลับไม่สนิทซึ่งไม่ได้ฝัน ระยะที่นอนหลับสนิทเป็นระยะที่ร่างกายได้พักผ่อนจริงๆ กล้ามเนื้อจะคลายตึง หลอดเลือดคลายตัวและสมองมีโอกาสได้จัดความคิดและสิ่งที่เรียนรู้ในตอนกลางวันให้เป็นระบบ ถ้าผู้ใดนอนหลับไม่สนิท หรือเมื่อเข้าสู่ภาวะฝันถูกปลุกให้ตื่นหลายๆ คืนติดต่อกัน ผู้นั้นอาจจะเกิดอาการคลุ้งคลั่งได้ ดังนั้น การนอนหลับไม่สนิทจะเกิดอาการเครียดอย่างหนัก และกล้ามเนื้อมีความตึงมาก ปวดศีรษะ ทำให้ปวดคอได้

การเป่าพัดลมไปยังบริเวณศีรษะและต้นคอ ถึงแม้ลมที่เกิดขึ้นจะทำให้บริเวณคอเย็นได้บ้าง แต่ขณะนอนหลับ การปรับตัวของร่างกายต่อการกระตุ้นจากภายนอก ขาดความสมดุล หลอดเลือดในบริเวณผิวหนัง และกล้ามเนื้อที่ลมเป่าจะหดตัวเพราะเย็นลง แต่หลอดเลือดที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายขยายตัว เพื่อคลายความร้อนออกจากร่างกาย จึงทำให้เราอาจเกิดอาการขนลุก กล้ามเนื้อคอเกิดการหดตัวอย่างกะทันหัน ทำให้ต้นคอแข็งเกร็ง

ลักษณะของหมอนที่เราใช้หนุน การนอนตะแคงนั้น หมอนควรมีลักษณะค่อนข้างสูงเท่าความกว้างของบ่าและแน่นไม่ยุบง่าย การนอนหงายควรใช้หมอนต่ำหรือหนุนที่บริเวณด้านหลังต้นคอเพื่อรักษาส่วนเว้าของกระดูกไว้ การนอนคว่ำควรใช้หมอนใหญ่สอดลงมาถึงทรวงอก เพื่อไม่ให้ศีรษะแหงนไปข้างหลังมากเกินไป จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ จากหมอนที่สูงในท่านอนตะแคงมาเป็นท่านอนหงาย อาจทำให้เกิดการกระตุกอย่างกะทันหัน อ่านเพิ่มเติม

คุณประโยชน์อย่างแท้จริง คำฝอย เป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยของดี

คำฝอย เป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ และการบรรเทาอาการของโรคบางชนิด ซึ่งคำฝอยมีคุณลักษณะอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง วันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาบอกกันแล้ว

รู้จักคำฝอย
คำฝอย (safflower) เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกตระกูลเดียวกันกับต้นทานตะวัน มีใบสีเขียวรูปวงรี ขอบใบหยัก ออกดอกเป็นช่อสีเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อแก่จัด ดอกคำฝอยมีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกและเกสรมีรสหวานร้อนและขมเล็กน้อย โดยดอกคำฝอยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งก็ได้มีการนำมาปลูกในประเทศไทย โดยปลูกมากในภาคเหนือ เพราะมีดินและสภาพอากาศที่เหมาะสมนั่นเอง

คุณค่าทางโภชนาการของคำฝอย
คำฝอยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่

โปรตีน 8-17 เปอร์เซ็นต์ เส้นใย 10.4 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 530 มิลลิกรัม เหล็ก 7.3 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 287 มิลลิกรัม น้ำมัน 35-45 เปอร์เซ็นต์ กรดโอเลอิก 10-60 เปอร์เซ็นต์ กรดลิโนเลอิก 60-80 เปอร์เซ็นต์ สารคาร์ทามีดีน (carthamidine) ให้สีเหลือง และสารคาร์ทามีน (carthamine) ให้สีแดง เป็นต้น โดยสารอาหารเหล่านี้ล้วนดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น อ่านเพิ่มเติม

โรคอันตรายจาก “ ปลาร้า ” และวิธีกินอย่างปลอดภัย อาหารสุดฮิต 4

ปลาร้า ถูกนำมาประกอบอาหารอย่างหลากหลายในบ้านเรา ทั้งส้มตำ แกงเห็ด และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอาหารอีสานที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติจัดจ้าน แต่อาหารหมักดองประเภทนี้ หากรับประทานไม่ถูกวิธี อาจเสี่ยงหลายโรค

4 โรคเสี่ยงจาก “ปลาร้า” และวิธีกินอย่างปลอดภัย
พยาธิใบไม้ตับ
พยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิใบไม้ชนิดหนึ่งที่ตัวแก่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของคน สุนัขและแมว แต่สามารถพบได้ในปลาดิบ เนื้อปลาร้าดิบ น้ำปลาร้าดิบ ลักษณะของพยาธิจะมีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ส่วนหัวและท้ายเรียวมน ขนาดยาว 5-10 มิลลิเมตร กว้าง 0.7-1.5 มิลลิเมตร สีแดงเรื่อคล้ายสีโลหิตจางๆ

ผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับเมื่อเริ่มแสดงอาการ ผู้ป่วยจะแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา อาจจุกแน่นไปที่ใต้ลิ้นปี่ อาการอื่น ๆ ได้แก่ เบื่ออาหาร ท้องอืด ตับโต ถ่ายเหลวเป็นบางครั้ง มีไข้ต่ำ ๆ มีอาการ “ออกร้อน” ในระยะท้ายของโรคผู้ป่วยอาจมี ท่อน้ำดีอุดตัน เกิดภาวะตัวเหลืองหรือดีซ่าน มีตับโตมาก คลำได้เป็นก้อนแข็ง ผิวขรุขระ ตับนุ่มอ่อน มีน้ำในช่องท้องและมีอาการบวมน้ำ ผู้ป่วยอ่อนเพลีย น้ำหนักลด เมื่อมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะระบบอื่นๆ อาการจะทรุดหนักและเสียชีวิต อ่านเพิ่มเติม

น้ำพริก อาหารลดน้ำหนักราคาเบาเบา ทำได้ง่ายๆ

อาหารลดน้ำหนักที่อยากแนะนำให้วันนี้ ก็คือ น้ำพริก น้ำพริกนับเป็นอาหารตำรับสมุนไพรอย่างหนึ่งด้วย และยังสามารถเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างดี ด้วยส่วนประกอบที่ธรรมดา กลับมีรสชาติอร่อยเมื่อนำมาคลุกเคล้ารวมกัน เช่น น้ำพริกปลาทู น้ำพริกมะขาม น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกนรก น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกกะปิ น้ำพริกอ่อง เป็นต้น

อาหารลดน้ำหนักที่อยากแนะนำให้วันนี้ก็คือ น้ำพริกน้ำพริกนับเป็นอาหารตำรับสมุนไพรอย่างหนึ่งด้วย และยังสามารถเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างดี ด้วยส่วนประกอบที่ธรรมดา กลับมีรสชาติอร่อยเมื่อนำมาคลุกเคล้ารวมกัน เช่น น้ำพริกปลาทู น้ำพริกมะขาม น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกนรก น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกกะปิ น้ำพริกอ่อง เป็นต้น

ส่วนประกอบหลักของน้ำพริกที่ใช้ จะเป็น พริก เช่น พริกแห้ง พริกสด พริกชี้ฟ้า ฯ ส่วนประกอบต่อมาก็คือ หัวหอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว น้ำตาล น้ำมะขาม น้ำปลา ฯ จะเห็นว่าส่วนประกอบแค่นี้ก็สามารถทำให้ได้เมนูน้ำพริกอร่อยๆ มาเป็นอาหารลดน้ำหนักกันได้หลายมื้อเลยนะ

น้ำพริก นับเป็นอาหารที่ให้แคลอรี่ต่ำ และยังสามารถกินร่วมกับผักเป็นเครื่องเคียงเข้ากัน ทำให้คุณได้รับใยอาหารและน้ำจากผัก ซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณอิ่มได้นาน และยังสามารถลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ อย่าเผลอกินข้าวมากเกินความจำเป็นนะคะ หรือคุณอาจกินน้ำพริกกับผักได้เลย โดยไม่ต้องกินกับข้าวสวยก็ได้ อ่านเพิ่มเติม

เมล็ดทานตะวัน ศาสตร์เเห่งความงาม สุขภาพดีมีความสุข

เมล็ดทานตะวัน สรรพคุณอนันต์ของพืชเมล็ดเล็ก

1. เป็นแหล่งของโปรตีน
เมล็ดทานตะวันมีโปรตีนค่อนข้างสูง และยังมีธาตุเหล็กใกล้เคียงกับไข่แดงและตับ ดังนั้นคนที่อยากเสริมโปรตีนให้ร่างกาย สามารถกินเมล็ดทานตะวันเป็นของว่างได้สบาย ๆ
2. ลดไขมันในเลือด
ศ. พญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต จักษุแพทย์เกียรติคุณ ให้ข้อมูลว่า ในเมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง และกรดไขมันชนิดนี้จะช่วยลดไขมันในหลอดเลือด อีกทั้งยังทำให้เม็ดเลือดแดงสมบูรณ์ คงทน ไม่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อน ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดอุดตันได้
3. บำรุงสายตา
ศ. พญ.สกาวรัตน์ ยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า วิตามินอีในเมล็ดทานตะวันมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ออกซิเจนทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัวภายในแก้วตา ซึ่งคุณสมบัตินี้น่าจะมีส่วนช่วยป้องกันต้อกระจกได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าวิตามินอีจะช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้ชัวร์ ๆ เพราะยังไม่มีงานวิจัยใดยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น ทว่าวิตามินอีก็มีส่วนช่วยบำรุงสายตาได้ไม่มากก็น้อย
4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
วิตามินอีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย อีกทั้งด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวของเมล็ดทานตะวันที่จะช่วยลดไขมันในหลอดเลือดก็มีส่วนช่วยให้ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจลดน้อยลงได้ อ่านเพิ่มเติม

ประโยชน์ของ ขิง ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ขิง (Ginger) เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่โดดเด่นเรื่องรสชาติ และกลิ่น ไม่ว่าจะนำมาแปรรูปทำเป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นเมนูของหวาน ต่างก็ล้วนให้สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ข้อมูลทั่วไปของขิง
ขิง เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Zingiber officinale Roscoe” และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น ขิงแกลง ขิงแดง ขิงเผือก สะเอ
ลักษณะของขิง เป็นพืชมีเหง้าใต้ดินเป็นข้อๆ เนื้อในสีขาว หรือเหลืองอ่อน ปลายสุดของข้อจะเป็นที่แทงยอด หรือลำต้นเทียม ลำต้นสูงพ้นพื้นดินขึ้นมา 50-100 เซนติเมตร มีกาบ หรือโคนใบหุ้ม
ลักษณะใบของขิง เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอก ปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ และจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม
ตัวดอกของชิงมีลักษณะเป็นช่อทรงกระบอก แทงขึ้นมาจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว อุ้มน้ำ และหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออก ใบประดับสีเขียว มีแต้มแดงตรงโคน ดอกเกสรผู้มี 6 อัน ผลแห้ง แข็ง มี 3 พู
ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
เหง้า สรรพคุณ รักษาอาการแน่นจุกเสียด และอาการอาเจียน
สารสำคัญที่ออกฤทธิ์
อนุพันธ์ของ Gingerol Shogaol และ Diarylheptanoids มีฤทธิ์ต้านการอาเจียน และช่วยขับลม
สารในน้ำมันหอมระเหย เช่น Menthol Cineole มีผลลดอาการจุกเสียดได้ อ่านเพิ่มเติม

รู้ก่อนกิน! วิตามินซี กินอย่างไรเกิดประโยชน์

รู้ก่อนกิน! วิตามินซี กินอย่างไรเกิดประโยชน์
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ช่วยในการต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ชะลอควาเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารที่ทานเท่านั้น ซึ่งพบมากในผักและผลไม้ เราจึงควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ เราจะได้รับวิตามินซีจากอาหารที่กินเข้าไปเท่านั้น ผักและผลไม้ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม และมะนาวชนิดต่างๆ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักหลายชนิดก็มีวิตามินซี เช่น พริก พริกหวาน บร็อคโคลี มะเขือเทศ กะหล่ำ ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักเขียว มันฝรั่ง มันเทศ และ ผักโขม เป็นต้น
วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ และสารอาหาร เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ช่วยซ่อมแซม และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ รักษา สมานแผล และยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง

วิตามินซีกับโรคหวัด
เมื่อเป็นหวัด ผู้ที่ทานวิตามินซีเป็นประจำนั้นจะมีความรุนแรงของอาการน้อยกว่า และระยะเวลาของการเป็นหวัดจะสั้นกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานวิตามินซี หรือเพิ่งเริ่มทานเมื่อมีอาการหวัด ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่มีวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นประจำสม่ำเสมอ อ่านเพิ่มเติม

Smart Goal ลอง ตั้งเป้าหมาย ให้ตัวเองดูสักครั้งเพื่อชีวิตที่ดี

การ ตั้งเป้าหมาย จะช่วยให้เรามีแผนชีวิต และทำให้เรารู้ว่าเมื่อตื่นนอนขึ้นมาเราควรทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น

เมื่อไรก็ตามที่ ตั้งเป้าหมาย เราทำไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญคือ ห้ามต่อว่า และดูถูกตัวเอง แต่ขอให้ลุกขึ้นมาทำมันให้สำเร็จ

หากเป้าหมายคุณสำเร็จแล้วไม่ว่าจะเล็กน้อย อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจในการทำสิ่งอื่นต่อไป

หันมาตั้ง Smart Goal เพื่อตั้งเป้าหมายให้ชีวิตกันดูสักครั้ง โดยเริ่มจากสิ่งง่ายๆ และเรื่องเล็กน้อยก่อน ซึ่งการตั้งเป้าหมายแบบนี้จะสามารถช่วยทำให้สาวๆ เข้าใกล้ความสำเร็จได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะมันจะมีตั้งแต่การเลือกเป้าหมายให้เหมาะกับตัวเอง สามารถวัดผลได้ มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน และสามารถทำได้จริงหรือเปล่า สุดท้ายเป็นเรื่องของระยะเวลานั่นเอง

S : Specific เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
เริ่มแรกเลยคือการตั้งเป้าหมายที่เจาะจง หรือเป็นแบบเฉพาะลงรายละเอียดลงไปเลย ไม่ใช่เพียงแค่ตั้งผิวเผินอย่างการจะตั้งใจทำงานเท่านั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่ลงรายละเอียดได้ อย่างเช่น ปีนี้จะทำยอดให้ได้ประมาณเท่านั้นเท่านี้ หรือจะเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เกี่ยวกับงานก็ได้อย่างเรื่องการจัดการอารมณ์ของตัวเอง เช่น ปีนี้ฉันจะใจเย็นและโกรธให้น้อยลง ซึ่งผลชี้วัดหรือหนทางก็คือ เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกโกรธ จะนับ 1 – 10 ก่อนทุกครั้งนั่นเองค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้ว Lady Mirror ควรตั้งเป้าหมายให้ตัวเองครอบคลุมทุกอย่างในชีวิตคือ ด้านการเงิน ด้านการงาน ด้านความสัมพันธ์ ด้านตัวเอง Self Care ด้านสุขภาพ และสุดท้ายคือด้านการพัฒนาตัวเอง โดยเริ่มจากเป้าหมายเล็กน้อย แล้วค่อยขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อเรารู้สึกภูมิใจทุกครั้งเมื่อทำเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ อ่านเพิ่มเติม