คลังเก็บหมวดหมู่: นักสืบ

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ นิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science) คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา
มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ในด้านกฎหมาย ทั้งประโยชน์ทางนิติบัญญัติในเรื่องการออกกฎหมาย และประโยชน์ของการคลี่คลายปัญหาและการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีความเพื่อผลในการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษ นิติวิทยาศาสตร์จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. นิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เช่น วิชาพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงการตรวจสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ 2. นิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม

นิติวิทยาศาสตร์สำคัญๆที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในงานสืบสวนสอบสวนนั้นมีอยู่มากมาย อาทิ การตรวจสถานที่เกิดเหตุและการถ่ายรูป, การตรวจลายนิ้วมือฝ่ามือฝ่าเท้า, การตรวจเอกสาร เช่น ตรวจลายเซ็น ลายมือเขียน, การตรวจทางฟิสิกส์ เช่น ตรวจร่องรอยการเฉี่ยวชนรถ, การตรวจทางนิติเวช เช่น งานนิติพยาธิ งานนิติวิทยา งานชีวเคมี และการตรวจทางชีววิทยา เช่น ตรวจเส้นผม เสือด อสุจิ และตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA) เป็นต้น พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีน้ำหนักในการรับและเป็นที่ยอมรับในนานาอารยประเทศการคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

นิติวิทยาศาสตร์

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์

ถึงแม้ว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะมีอยู่มากมายหลายประเภท แต่การพิสูจน์ DNA นั้นได้รับความสนใจเป็นพิเศษสังเกตได้จากปัจจุบันเมื่อมีคดีข่มขืน คดีฆาตกรรม หรือคดีที่จำเป็นต้องพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ของเด็กเกิดขึ้น ประชาชนต่างให้ความสนใจและคาดหวังกับการตรวจพิสูจน์ DNA เป็นสำคัญ

DNA เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งที่มีชีวิต (มนุษย์ พืช สัตว์) ที่ลูกได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อหนึ่งส่วน และจากแม่อีกหนึ่งส่วน DNA มีอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ต่าง ๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือดโลหิตแดง โลหิตขาว เซลล์ผิวหนัง เยื้อกระพุ้งแก้ม กระดูก หรือปลายรากเส้นผม เป็นต้น DNA จะเป็นตัวกำหนดข้อมูลในการสร้างสารชีวโมเลกุล ดังนั้น สิ่งมีชีวิตชั้นสูงและชั้นต่ำจึงมี DNA เป็นรหัสหรือแบบพิมพ์ในการสร้าง และมีจุด DNA เป็นรหัสเฉพาะตัว ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สายพันธุ์ จึงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่มีชุด DNA ที่เหมือนกันทั้งหมด ยกเว้น ฝาแฝดที่เกิดมาจากไข่ในเดียวกันเท่านั้น จากความจำเพาะที่มีอยู่ในชุด DNA แต่ละหน่วยนี้เอง เรียกว่าลายพิมพ์ DNA ในทางนิติวิทยาศาสตร์จึงได้นำมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจพิสูจน์ เพื่อระบุยืนยันตัวบุคคลในทางคดีและยังใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์ของพ่อ-แม่-ลูกได้

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ กับกระบวนพิจารณาคดีอาญา

โดยทั่วไป กระบวนการพิจารณาคดีอาญามีข้อที่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดอยู่สองประการ คือ
ข้อกฎหมายประการหนึ่งและข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง หลักในการวินิจฉัยนั้นจะต้องพิจารณาค้นคว้าหาข้อเท็จจริง หรือความสัตย์จริงในคดีว่าเป็นอย่างไรแล้วจึงยกข้อกฎหมายขึ้นปรับวินิจฉัยว่าจำเลยควรจะได้รับโทษหรือควรจะได้รับการปล่อยตัวไป ตามกฎหมายลักษณะพยานข้อเท็จนั้นที่ศาลจะรับรู้ได้เองนั้น จำกัดอยู่เพียงข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามธรรมดาธรรมชาติซึ่งบุคคลธรรมดาจะพึงรู้ได้เองแล้ว ข้อเท็จจริงอย่างอื่นที่อยู่นอกเหนือไปจากความรู้ของคนธรรมดาสามัญศาลรับรู้เองไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝ่ายผู้กล่าวหาจะต้องพิสูจน์ให้ประจักษ์แก่ศาลว่าผู้ต้องหาได้กระทำการที่อ้างว่าเป็นความผิดนั้นจริง

พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นด้วยการวิเคราะห์ หรือวิจัย ซึ่งในทางกฎหมาย ถือว่า พยานหลักฐานเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหรือจะนำเข้าสู่ความรู้ของศาลเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหรือไม่ โดยกำหนดวิธีการนำสืบไว้ คือ หากคู่ความประสงค์จะอ้างหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เข้าสู่สำนวนเพื่อนำสืบข้อเท็จจริง ให้นำสืบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้ทำการตรวจหรือว่าได้ตรวจ ได้วิเคราะห์หรือได้วิจัยสังเกตเหตุการณ์หรือสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับในคดีนั้นมาแล้ว ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์นี้ก็ คือพยานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายนั่นเอง

ที่ผ่านมามีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยคลี่คลายคดีต่างๆ ที่มีความสำคัญและมีความยุ่งยากสลับซับซ้อนทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วหลายคดี ในประเทศสหรัฐออเมริกา คดีที่มีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยในการคลี่คลายคดี ได้แก่ คดีลอบสังหารประธานาธิบดีเคนนาดี้ พฤษจิกายน ค.ศ. 1963, คดีโอ เจ ซิมป์สัน ฆาตกรรมภรรยาและเพื่อน มิถุนายน ค.ศ. 1994 และคดีฆาตกรรมไร้ศพ เหตุเกิดที่รัฐฟลอริดา เป็นต้น สำหรับในประเทศอังกฤษคดีสำคัญที่มีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยในการคลี่คลายคดี คือ คดีฆาตกรรมอำพรางที่ฟาร์มวิดเดนฮิลล์ หมู่บ้านฮอตัน ในปี ค.ศ. 1984

ในประเทศไทยคดีที่สำคัญและมีความสลับซับซ้อนซึ่งคลี่คลายลงได้โดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คดีฆาตกรรม น.ส. ดอริส ฟอน ฮาเฟน นางแบบสาวชาวเดนมาร์ก เมื่อ 24 มกราคม พ.ศ. 2511, คดีฆาตกรรมนางสยามล พ.ศ. 2536, คดีฆาตกรรมนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ พ.ศ. 2539, คดีฆาตกรรมน.ส. เจนจิรา พลอยองุ่นศรี นักศึกษาแพทย์ปี 5 พ.ศ. 2541 และคดีล่าสุดคดีที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน คือ คดีฆาตกรรมแพทย์หญิงผัสพร โดยศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตนายแพทย์วิสุทธิ์ คดีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่พบศพของผู้เสียชีวิต แต่ผลการพิสูจน์ DNA ประกอบกับพยานแวดล้อมต่างๆจึงเชื่อได้ว่าแพทย์หญิงผัสพร เสียชีวิตแล้ว

อาชญากรรมเกิดขึ้นและพบเห็นอยู่เสมอ การค้นหาและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามกระบวนการยุติธรรมนับเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของตำรวจ  ซึ่งภารกิจนี้ ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของตำรวจ ในสายงานที่ทำงานเกี่ยวกับงานพิสูจน์หลักฐานโดยตรง คดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผสานกับหลักนิติวิทยาศาสตร์ สามารถช่วยในการจับกุมคนร้ายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน มายืนยันให้สามารถพิสูจน์ความผิดได้อย่างชัดเจน

นิติวิทยาศาสตร์  (Forensic Science)  คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขามาประยุกต์ใช้ในการเก็บและพิสูจน์หลักฐาน ตรวจร่างกาย และวัตถุพยาน เช่น ชีววิทยา ฟิสิกส์  เคมี คอมพิวเตอร์  เป็นต้น เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีความต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อผลในการบังคับใช้กฎหมาย และการลงโทษผู้กระทำความผิดนั่นเอง private detective bangkok

Forensic Science

นิติวิทยาศาสตร์  (Forensic Science)  ที่พบได้ทั่วไป มีดังนี้

  1. การตรวจสถานที่เกิดเหตุ และการถ่ายรูป (Crime Scene Investigation and Forensic)

ขั้นตอนแรกของงานพิสูจน์หลักฐานของงานสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์คือการตรวจสถานที่เกิดเหตุ  นำโดยหัวหน้าทีมสืบสวนและพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับตำรวจพื้นที่เข้าสำรวจพื้นที่เกิดเหตุเบื้องต้น และกำหนดแนวทางค้นหาวัตถุพยาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของคดี เจ้าหน้าที่ต้องสวมถุงมือ ชุดป้องกัน และหน้ากาก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างผู้ตรวจสอบ และสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะกำหนดจุดกองบัญชาการสำหรับเตรียมอุปกรณ์ พร้อมถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบ จากนั้นจะใช้แถบสีเหลือง (Police line) กันพื้นที่เพื่อไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทำลายของวัตถุพยาน

จ้าหน้าที่จะเดินเรียงแถวหน้ากระดาน  4 คนเพื่อค้นหาหลักฐานอย่างครอบคลุม เมื่อพบหลักฐานหรือวัตถุพยาน จะทำการกำหนดตำแหน่ง โดยวางวงแหวนล้อมรอบ และวัดระยะหลักฐาน พร้อมจดบันทึก และถ่ายภาพก่อนออกจากจุดเกิดเหตุ วัตถุพยานต่าง ๆ จะถูกเก็บไว้ในกล่องกระดาษและรวบรวมไว้ที่กองบัญชาการ เพื่อให้ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่อไป

  1. การตรวจลายนิ้วมือ

การหาลายนิ้วมือแฝง สามารถทำได้โดยการใช้ผงฝุ่นเคมี คือ นำเอาสสารที่เป็นของแข็งบางอย่างมาทำเป็นผงฝุ่นสีต่างๆ ตัวอย่างง่าย ๆ เห็นชัดเจนคือ ไส้แท่งดินสอ ซึ่งเป็นสีดำ และเป็นสีที่ตัดกับสีของพื้นผิววัตถุจนเห็นรอยได้ชัดเจนบนพื้นผิววัตถุที่เรียบและเป็นมัน เช่น แก้ว กระจก  ในทางกลับกันถ้าเป็นพื้นผิววัตถุที่มีสีมืด ๆ ก็ควรใช้แป้งฝุ่นสีขาว ทั้งนี้การตรวจสอบลายนิ้วมือแบบนี้มักใช้ควบคู่กับอุปกรณ์สำหรับปัดหาคือ แปรงปัด  และเทปสำหรับเก็บลอกรอยแฝง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงกับระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (Automated Fingerprint Identification System) หรือ AFIS เป็นการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มาใช้งานร่วมกับหลักวิชาการทางด้านการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือบุคคล เพื่อใช้ในการตรวจสอบประวัติข้อมูลของผู้กระทำความผิด ร่วมกับการตรวจสอบข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ

  1. การตรวจเอกสาร (Document) เช่น ตรวจลายเซ็น ลายมือเขียน

การตรวจพิสูจน์โดยเทียบจากลายมือเขียนชื่อหรือลายเซ็นเดิมที่เคยเขียนไว้กับลายเซ็นที่ส่งตรวจสอบ การตรวจพิสูจน์จะได้ผลดี หากเป็นระยะเวลาที่มีความใกล้เคียงกัน แต่มีข้อเสียคือ ในกรณีบุคคลที่ไม่ค่อยได้มีการเขียนลายเซ็นไว้ เช่น เกษตรกร ก็จะทำให้มีการพิสูจน์ได้ยาก หรืออีกวิธี หากลายมือที่ตรวจสอบเป็นของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ จะมีการพิสูจน์โดยการคัดลายเซ็นชื่อประมาณ 5 หน้ากระดาษต่อเจ้าหน้าที่หรือต่อหน้าศาล

ลักษณะและขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์ลายเซ็น จะมีวิธีหลักคือ การตรวจดูทุกลายเส้น เพื่อหาเอกลักษณ์การเขียนของแต่ละตัวบุคคล เนื่องจากธรรมชาติของคนทั่วไป การเขียนมากกว่า 1 ชื่อ จะมีความผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่จะมีลักษณะเด่นที่คล้ายคลึงกันอยู่เสมอ ถ้าเอกลักษณ์ได้ออกมาตรงกัน ก็สามารถระบุได้ว่าเป็นคนเดียวกัน

  1. การตรวจอาวุธปืน และกระสุนปืนของกลาง (Forensic Ballistics)

เป็นการตรวจพิสูจน์โดยเปรียบเทียบลูกกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน รอยขูดลบแก้ไขเครื่องหมายทะเบียนเลขหมายประจำปืน ตรวจร่องรอยบนวัตถุ วิถีกระสุน และเขม่าปืน  ด้วยกระบวนการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบตำหนิพิเศษหรือเอกลักษณ์ของร่องรอยการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ

  1. การตรวจทางเคมีและฟิสิกส์ (Forensic Chemistry and Physics)

การวิเคราะห์สารต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซก็ตาม โดยตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารต่าง ๆ หรือการวิเคราะห์วัตถุพยานด้วยเทคนิคฟิสิกส์ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างโมเลกุลและธาตุองค์ประกอบภายในวัตถุ เพื่อการเชื่อมโยงวัตถุพยานและการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงจากฐานข้อมูลเดิมที่เคยทำการพิสูจน์  ตัวอย่างการพิสูจน์นี้เช่น การพิสูจน์สารเคมีว่าเป็นชนิดใด ตรวจสอบเส้นใย กระจก โลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า ร่องรอยการเฉี่ยวชน และการตรวจพิสูจน์ด้วยเครื่องจับเท็จ

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ หลายๆคนกำลังสงสัยกันว่าเขาจะจ้างนักสืบ ต้องใช้งบประมาณวันที่เท่าไหร่ จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ ไม่สามารถที่จะระบุเป็นตัวเลขจำนวนเงินได้อย่างชัดเจน เพราะราคาสำหรับการจ้างในการสืบนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น บริษัทที่มีชื่อเสียง ก็จะมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีส่วรอัตราค่าบริการที่สูงกว่า เป็นต้น หรือองค์กรที่รับจ้างอาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชน หรือ รัฐบาล ค่าใช้จ่ายในการสืบก็แตกต่างกันไปอีกด้วยนักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้า

การคิดค่าบริการสำหรับการจ้างวานนักสืบ คิดได้ตามปัจจัยดังต่อไปนี้

  • สถานที่ : ระยะทางกับราคาจ้างก็สำคัญ หากเป็นพื้นที่ไกลมาก นักสืบสามารถเก็บในราคาที่สูงได้
  • อาชีพของผู้ที่จะตามสืบ : ต้องพิจารณาว่าอาชีพของคนที่จะตามสืบ เขาประกอบอาชีพอะไร และมีโอกาสมากเพียงใดที่จะตามสืบโดยไม่ให้รู้ตัว
  • หลักฐานที่ต้องเก็บรวบรวม : รูปภาพ วีดีโอ เอกสาร ที่อยู่ หรือ สถานที่

เราจะจ้างนักสืบ มาเพื่อสืบอะไรบ้าง

มีหลายคนที่อยากจ้างนักสืบ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ตนต้องการสืบนั้นจะเหมาะกับงานสืบหรือไม่  มาดูกันว่าหลัก ๆ แล้ว นักสืบเขารับสืบอะไรกันบ้าง

  • การจ้างนักสืบ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมทางชู้สาว เรื่องราวของคนรัก หรือแม้กระทั่งคนในครออบครัว
  • การจ้างนักสืบ สืบหาหลักฐาน เช่น การหาหลักฐานว่าทำไมคนนี้รวย หาที่อยู่เพื่ออ้างอิง หรือจำนวนเงินในบัญชี การทำธุรกรรมทางการเงิน
  • การสืบประวัติ เช่น นายก.เป็นใคร เกิดเมื่อวันที่เท่าไหร่ บ้านอยูที่ไหน เบอร์โทรคือเบอร์อะไร รวมถึงป้ายทะเบียนต่างๆ
  • การจ้างนักสืบ ไปสืบเกี่ยวกับเรื่องของประวัติการทำงาน เพื่อตรวจเช็คว่า คนั้นมีประวัติทางคดี หรือ เคยเกงหรือเปล่า ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ในองค์กร หรือคนใกล้ตัวได้เพื่อเป็นแนวทางป้องกัน หรือ เฝ้าระวังบุบลอันตราย
  • สืบหาหลักฐานเพื่อขอในการฟ้องหย่า หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้อง ฟ้องคดีความต่าง ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามหาผู้ร้าย หรือผู้ต้องสงสัยในคดีนั้น ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามาหาคนหาย
  • การจ้างสืบ เพื่อตามหาข้อมูลเท็จจริง

แต่หากท่านเกิดความสงสัยว่า เราจะทำยังไงให้นักสืบดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว บอกได้เลยว่า เรื่องแบบนี้คงต้องพึ่งทางผู้ว่าจ้างด้วยเช่นเดียวกัน หากต้องการให้การสืบคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น ผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้ว่าจ้างต้องพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ และเรื่องส่วนตัว
  2. ผู้ว่าจ้างต้องเตรียมข้อมูลให้แน่ชัด หรือให้เหตุผลว่าทำไมต้องจ้างให้สืบเรื่องราวนั้น ๆ เช่น สืบคดีชู้สาว โดยฝ่ายภรรยาเป็นผู้ว่าจ้างให้นักสืบไปสืบสามี ผู้ที่เป็นภรรยาต้องมีข้อมูลให้ว่าทำไมต้องตามเรื่องนี้ สามีปฏิบัติตนแปลกไป หรือ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนเดิม เป็นต้น
  3. ต้องเตรียมข้อมูลเรื่องสถานที่ ว่าจะให้ไปสืบที่ไหน อาจระบุเป็น เขตอำเภอ จังหวัด เป็นต้น

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

อาชีพ นักสืบ เรียกได้ว่าเป็นอาชีพในฝันของหลายคนเลยก็ว่าได้ แต่กว่าจะเป็นนักสืบนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ มาดูคณะ และ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเกี่ยวกับการเตรียมทักษะที่การเป็นนักสืบกัน

สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสสูตร และมหาวิทยาลัยดังต่ออไปนี้ดูค่ะ

  • SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

  • คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

  • วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน ได้แก่

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  2. หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

การสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท)

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล

อัตราค่าบริการนักสืบ

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

อาชีพนักสืบนำเสนอเส้นทางในทั้งภาครัฐและเอกชน

ปรารถนาที่จะทำงานสืบสวนหรือไม่ คุณสามารถเลือกหนึ่งในสองเส้นทางอาชีพหลัก นักสืบส่วนใหญ่ทำงานให้กับกองกำลังตำรวจโดยมองหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อให้ผู้กระทำผิดสามารถถูกลงโทษได้ อื่น ๆ ที่เรียกว่านักสืบเอกชนทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนหรือลูกค้าเอกชน ในขณะที่ทั้งสองเกี่ยวข้องกับงานนักสืบนักสืบเอกชนและผู้ตรวจสอบทางอาญารายงานเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

นักสืบตำรวจ

ตำรวจนักสืบบางครั้งเรียกว่าผู้ตรวจสอบความผิดทางอาญาเริ่มอาชีพของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นนักสืบ ตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่านักสืบตำรวจได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย $ 77,860 ณ เดือนพฤษภาคม 2012 นักสืบที่ทำงานให้กับหน่วยงานตำรวจท้องที่ได้รับค่าเฉลี่ย $ 64,610 นักสืบตำรวจของรัฐเฉลี่ย $ 58,460 ต่อปีและผู้ที่ทำงานโดยรัฐบาลกลางรายงานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่ $ 100,290 ต่อปี

นักสืบเอกชน

นักสืบเอกชนให้บริการที่หลากหลายแก่ธุรกิจและลูกค้าเช่นการพยายามค้นหาบุคคลที่หายไปการสืบสวนการละเมิดกฎหรือทำการตรวจสอบการเฝ้าระวังและการตรวจสอบประวัติ จากข้อมูลของ BLS ณ เดือนพฤษภาคม 2012 เงินเดือนเฉลี่ยของนักสืบเอกชนคือ $ 50,780 ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนโดยเฉลี่ยของนักสืบตำรวจ ประมาณครึ่งหนึ่งทำงานให้กับ บริษัท ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยมีรายรับเฉลี่ย $ 46,700 ต่อปี บริษัท ในอุตสาหกรรมบางแห่งใช้นักสืบส่วนตัวของตนเองและจ่ายให้เฉลี่ยสูงกว่า $ 70,000 ต่อปี อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริษัท พลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตการบินและอวกาศสํานักงานนักสืบ

รูปแบบการจ่ายภูมิภาค

โดยทั่วไปแล้วตำรวจนักสืบที่ทำงานในตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินมากที่สุดในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุด ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยสำหรับนักสืบตำรวจอยู่ในระดับต่ำจาก $ 49,530 ในอาร์คันซอถึงระดับสูงของ $ 115,230 ใน District of Columbia ในขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของนักสืบเอกชนไม่เป็นไปตามรูปแบบของภูมิภาคที่ชัดเจน รัฐที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดคือเซาท์ดาโกตาซึ่งนักสืบเอกชนมีค่าเฉลี่ย $ 33,720 ต่อปี นักสืบเอกชนในรัฐวอชิงตันได้รับมากที่สุดโดยเฉลี่ย $ 70,510

นักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้า

นักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้า

นักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้านักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้า ควรเป็น ผู้ที่ รักษา ความลับ ได้ดิบได้ดี เมื่อ มีการติดต่อจ้างจากนายจ้าง ให้ สายลับ กระทำ สอบสวน ใน เรื่อง ใด แล้ว ข้อควร

ค่นิ่ง อย่างหนึ่งที่ สายสืบ จำเป็นต้อง ดมั่น ปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด เป็น การดูแลและรักษา ความลับ ของนายจ้าง ไม่ ว่า จะมี

การจ้างสายลับ เกิดขึ้น ใช่หรือ ไม่ หรือ เป็น เพียงแต่ ขั้นตอน สำหรับการ สอบถาม เพื่อ การตัดสินใจ ของ นายจ้าง ก็ตาม ไม่ว่า

จะเป็น ขั้นตอน ใด ของ การกระทำงาน หรือ เมื่อ ภารกิจ นั้น สิ้สุดลง สายสืบ ได้กระทำ มอบ งาน ให้ กับ นายจ้าง และ ตาม

ความรับผิดชอบ ของสายลับสำหรับเพื่อกรรักษาความลับ ของนายจ้าง ยังคงมี อยู่ตลอดไป มิได้สั้นสุดลงไป ตาม ภารกิจ ที่

มีการ จ้าง กัน นั้น สายลับจำเป็นที่จะต้องรักษา ความลับ นั้น ตลอดกาล จำต้อง ไม่มีกรนำ ไป เผยแพร่ ให้บุคคลอื่น รู้ ไม่ว่าผู้

นั้น จะ เป็น ไม่ว่าใครก็ตาม ดังนี้ รวมทั้ง พี่น้อง และก็ พวก มิตรสหาย ของ สายสืบ เองด้วย เนื่องจาก หากมี คนอื่นๆ รู้เรื่องรู้ราว

ลับ ดังที่กล่าวถึงมาแล้ว แล้วหัวข้อนั้น จะไม่ เป็นความลับ อีกต่อไป เนื่องจากเรื่องราว ความลับ บางสั่ง นั้น อาจมี จุดสำคัญ

เกี่ยวข้อง กับ เกียรติศักดิ์ และก็ กิตติศัพท์ ของ นายจ้าง ถ้าหากเรื่องราว กลุ่มนี้ ถูก เผยแพร่ ออก ไป แล้ว นายจ้าง บางทีอาจเสียหาย กิตติศัพท์ สายลับ เอง ก็ จะขาดความน่าไว้วางใจ

ซึ่งไม่เป็นผล ดี กับคนใดกันแน่ เลย ตลอดตัวนายจ้างรมทั้ง สายสืบ เองด้วยเหตุนั้น การดูแลและรักษา ความลับ ของ

นายจ้าง ก็เลยเป็น หน้าที่ แล้วก็ความรับผิดชอบ โดยตรงของ สายสืบ เนื่องจากว่า การ ที่ นายจ้างยอม ที่จะ เล่า ความลับ ของ

ตน ให้ กับ สายสืบ รู้เพื่อ ให้ข้อมูล แก่นัก สืบมา ก ที่สุด เพื่อ ที่ สายสืบ จะ ได้ ดำเนินงาน ได้ บรรลุจุดประสงค์ ของ นายจ้าง ( ทั้ง

ตรวจสอบธุรกิจที่ความลับ บางเรื่อง นายจ้าง ยังไม่กล้าเล่า ให้วงศ์ญาติ รู้เลย) มีความหมายว่า นายจ้างย่อม ให้ ความเชื่อมั่น ใน ตัวสายลับ

การ ที่สายสืบ นำเรื่องราว พวกนั้น ของนายจ้าง ไป เผย ทั้งยัง โดยจงใจ หรือ ไม่เจตนา ก็ตาม ก็ เป็นการ ทำลาย ความเช็อถือ ที่

นายจ้างมีต่อตัวสายลับ เป็นการทำให้ชื่อเสียงปนปี้ เกียรติ ความไว้เนื้อ ไว่ใจ ของตัว สายลับ เอง ด้วยเหตุนั้น การดูแลและ

รักษาความลับ ของ ลูกค้า ก็เลยเสมือน เป็น ข้อบังคับ อัน สำคัญ ของ สายลับ ที่ สายสืบ จำต้อง ปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด