การเลือกแต่งผนังและพื้น

การเลือกแต่งผนังและพื้น การเลือกใช้ผนังเบาสำหรับกั้นพื้นที่ใช้สอยหรือนำมาใช้จัดสรรการใช้งานให้พื้นที่ในบ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ

การเลือกแต่งผนังและพื้น

ผนังเบาคืออะไร

ผนังเบาคืออะไร

การกั้นผนังเบาในบ้านหรือพื้นที่อยู่อาศัยต่าง ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้สำหรับงานต่อเติมเพื่อจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีความเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการติดตั้งและไม่ทำให้การต่อเติมบริเวณหน้างานสกปรกเลอะเทอะแล้ว ผนังเบายังสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนกำแพงบ้านได้ดีเช่นเดียวกับกำแพงที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่ามาก จึงไม่ส่งผลต่อโครงสร้างบ้านเดิม และช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนในการต่อเติมพื้นที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยจะติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวไม้ เหล็ก หรืออะลูมิเนียม ก่อนที่จะนำวัสดุผนังเบามาปิดทับ ซึ่งในปัจจุบันมีวัสดุให้เลือกสรรอยู่หลายชนิดด้วยกัน ได้แก่

  • แผ่นไม้อัดซีเมนต์ เป็นวัสดุผนังเบาที่ผลิตขึ้นมาจากส่วนผสมระหว่างขี้เลื่อยไม้และปูนซีเมนต์ ซึ่งถูกนำไปอัดด้วยแรงกดระดับสูงในการขึ้นรูปทรงเป็นแผ่น ก่อนที่จะนำไปอบซ้ำอีกครั้งเพื่อนำความชื้นออกจากวัสดุ จึงทำให้วัสดุผนังเบาประเภทนี้มีความแข็งแรงและมีพื้นผิวที่เรียบเนียน แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าวัสดุผนังเบาประเภทอื่น อีกทั้งยังมีราคาสูงมากกว่า
  • แผ่นยิปซัม เป็นวัสดุที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นผนังเบาอย่างแท้จริง เพราะมีน้ำหนักเบา ผลิตขึ้นจากแร่ยิปซัมที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติไม่ลามไฟ โดยมีการปิดทับด้วยกระดาษที่มีความแข็งแรงทนทานทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อให้มีพื้นผิวเรียบเนียน สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ปิดทับผิวผนังก่ออิฐให้มีผิวที่เรียบเนียนสวยมากขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งนอกจะสามารถนำแผ่นยิปซัมมาใช้ในการกั้นผนังห้องแล้ว ยังมีวัสดุยิปซัมที่ใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดาน รวมถึงแผ่นยิปซัมที่เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ในบ้านให้เลือกสรรอีกมากมาย
  • แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นผนังเบาที่ได้รับการผลิตขึ้นมาจากปูนซีเมนต์ผสมกับเส้นใยเซลลูโลสหรือใยธรรมชาติที่ปราศจากใยหิน และทรายซิลิกา โดยนำไปอบด้วยไอน้ำแรงดันสูงที่มีความแข็งแรงทนทาน มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบพื้นผิวเรียบและผิวหยาบตามความต้องการในการใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกขนาดและความหนาได้ตามความเหมาะสม

 

ผนังเบา

หลายคนอาจสับสนคิดว่าผนังเบาก็คืออิฐมวลเบา แต่ความจริงแล้วผนังเบาเป็นวัสดุได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้าน กั้นส่วนใช้สอยให้เป็นสัดส่วน หรือใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดานมากกว่าการนำไปก่อสร้างเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้าน ซึ่งวัสดุชนิดผนังเบาจะมีคุณสมบัติโดดเด่นที่ง่ายต่อการติดตั้ง มีน้ำหนักเบา แต่สำหรับอิฐมวลเบาจะเป็นวัสดุที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้านด้วยการฉาบแต่งพื้นผิวได้เช่นเดียวกับผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและใกล้เคียงกันกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถใช้เป็นผนังภายนอกบ้านได้ มีคุณสมบัติช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้มากกว่าผนังเบา อีกทั้งยังมีความแข็งแรงมากกว่า

ไม่ต้องมีคานรองรับ

การต่อเติมหรือตกแต่งบ้านด้วยผนังเบาค่อนข้างมีความสะดวกสบาย สามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีคานรองรับการต่อเติม เพราะสามารถติดตั้งผนังเบาได้ทันทีเพียงแค่มีโครงสร้างหลักที่ทำจากวัสดุเหล็ก โครงคร่าวไม้ หรืออะลูมิเนียม ซึ่งวัสดุผนังเบาแต่ละชนิดก็จะมีการใช้โครงสร้างหลักในการติดตั้งที่แตกต่างกันออกไป เมื่อติดตั้งโครงสร้างหลักเรียบร้อยดีแล้วก็สามารถนำผนังเบามาติดตั้งปิดทับโครงสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องฉาบปูนใด ๆ ให้วุ่นวาย จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งผนังภายในบ้านเพิ่มเติมเพื่อกั้นส่วนใช้สอย หรือการออกแบบสเปสใหม่ไว้สำหรับใช้งานภายในบ้าน

ควรมาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรง

แม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนค่อนข้างมาก แต่การติดตั้งผนังเบาเพื่อต่อเติมเป็นผนังภายในบ้านก็ควรมาพร้อมโครงสร้างสำหรับการติดตั้งที่มีความแข็งแรง หากจะเลือกใช้โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีสำหรับติดตั้งเป็นโครงสร้างหลัก แนะนำว่าควรเลือกใช้เหล็กที่มีความหนาอย่างน้อย 0.55 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุผนังเบาที่เลือกใช้ในการติดตั้งผนัง ไม่ว่าจะเป็นผนังเบาที่ทำจากไฟเบอร์ซีเมนต์หรือแผ่นยิปซั่มก็ควรมาพร้อมความหนาอย่างน้อย 12 มิลลิเมตร ก่อนที่จะยึดติดด้วยวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะของผนังมากขึ้นอย่าง พุกเหล็ก ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่มีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้นกว่าเดิม

คำนวนพื้นที่ให้พอดีก่อนกั้นห้องใหม่

เมื่อต้องการกั้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเพิ่มเติมใหม่ด้วยการใช้ผนังเบาเป็นผนังของบ้าน แนะนำว่าควรทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่าต้องแบ่งสเปซเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการใช้งานตามต้องการ โดยควรมีการเว้นระยะทางเดินภายในบ้านไว้ให้สามารถใช้งานไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างสะดวกสบายประมาณ 1 เมตร สำหรับพื้นที่ภายในห้องที่ต้องการแบ่งสเปซเป็นห้องนอนใหม่ก็ควรมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดพอดี ไม่เล็กจนเกินไป เพื่อให้มีสเปซในแต่ละส่วนใช้งานที่มากพอสำหรับการพักผ่อนและการใช้สอยอย่างสะดวกสบายโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

สามารถติดตั้งใช้งานได้ในพื้นที่แห้งและไม่เปียกชื้น

แม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการติดตั้งเป็นผนังภายในบ้าน แต่ก็ไม่สามารถนำไปติดตั้งได้ในทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เปียกและชื้นอย่าง ห้องน้ำ ซึ่งอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปในโครงคร่าวหรือตามรอยต่อระหว่างแผ่นจนเกิดความเสียหายกับผนังเบาได้เช่นกัน หรือบางคนอาจคิดว่าการทากันซึมและการปิดผิววัสดุชนิดอื่นทับจะช่วยป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ด้านในของผนังเบาได้ดี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการใช้งานบนพื้นที่เปียกชื้นที่ไม่ปลอดภัยต่อวัสดุผนังเบา

เพิ่มความแข็งแรงให้ผนังมากขึ้นเมื่อต้องแขวนของหนัก

เพราะผนังเบาเป็นวัสดุที่ไม่ได้มีความแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับผนังก่ออิฐฉาบปูนที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน จึงทำให้ไม่อาจรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมจากการแขวนตกแต่งหรือประดับสิ่งของเครื่องใช้ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักบนผนังได้มากนัก หากต้องการติดตั้งทีวีบนผนังเพิ่มเติม หรือแขวนชั้นวางของ กรอบรูป และของตกแต่งบ้านที่ค่อนข้างมีน้ำหนักลงบนผนังเบาที่ต่อเติมใหม่ แนะนำว่าควรมีการเสริมโครงคร่าวสำหรับการติดตั้งผนังเบาให้มีความถี่มากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผนังเบามากยิ่งขึ้น ในส่วนของการติดตั้งเครื่องใช้หรือของตกแต่งบ้านบนผนังเบา แนะนำว่าควรติดตั้งยึดเข้ากับบริเวณโครงคร่าวโดยไม่ยึดกับวัสดุปิดผิวผนัง เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายกับวัสดุผนังเบา

ให้ความสำคัญกับรอยต่อบนผนัง

ในส่วนของบ้านที่มีการต่อเติมและติดตั้งผนังเบาภายในบ้านจะมีรอยต่อบนผนังที่ไม่ได้แนบเนียนเป็นผืนเดียวกันเหมือนผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวจากรอยต่อบนผนังได้ง่ายกว่าจากการยืดและหดตัวของวัสดุผนังเบา หรืออาจเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างหลัก และการเกิดแรงกระเทือนจากภายนอกในระดับที่ส่งผลต่อผนังเบา จึงควรใช้ยาแนวมาฉาบตามแนวรอยต่อบนผนังให้เรียบเนียนก่อนทาสีทับ เพื่อช่วยลดการเกิดปัญหาจากรอยต่อระหว่างแผ่นผนังเบาในอนาคต

เพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาในบ้าน

เนื่องจากผนังเบาเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการต่อเติมหรือตกแต่งบ้านเป็นผนังที่ง่ายต่อการติดตั้งและรื้อถอน หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่สามารถกันเสียงและกันความร้อนได้มากขึ้น แนะนำว่าควรติดตั้งฉนวนกันร้อนเพิ่มเติมบริเวณช่องว่างระหว่างโครงคร่าวและวัสดุผนังเบา เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาสามารถกันความร้อนและเสียงได้มากขึ้นกว่าเดิม

วัสดุตกแต่งพื้นบ้าน การเลือกแต่งผนังและพื้น

สีและลายไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงแล้ววัสดุทั้งสองชนิดนี้ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ปูพื้นภายในที่อยู่อาศัยให้สวยงามนั้นมีความแตกต่างกันออกไป

วัสดุตกแต่งพื้นบ้าน

ไม้ลามิเนต (Laminate)

ลามิเนต ตามความหมายในภาษาอังกฤษนั้นอธิบายไว้ถึงลักษณะลามิเนตว่าเป็นชั้นบาง ๆ ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกพื้นไม้ลามิเนตที่มีลักษณะเป็นแผ่นไม้บาง โดยผ่านกระบวนการผลิตด้วยการบีบอัดไม้จากความแรงดันสูงและความร้อนที่ประกอบเข้ากันกับวัสดุชนิดอื่นอีกหลายชั้น รวมทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นแรก เป็นชั้นพื้นผิวบนสุดของลามิเนต ซึ่งได้รับการผลิตให้มาพร้อมประสิทธิภาพในการป้องกันรอยขีดข่วนและพร้อมรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยไม่ทำให้พื้นผิวเกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงามหรือเกิดการบุบยุบตัวจากการกระแทกด้วยของแข็งมีน้ำหนัก
  • ชั้นที่สอง เป็นชั้นลายไม้ที่ผ่านกระบวนการออกแบบโดยคอมพิวเตอร์สำหรับทำลวดลายไม้ให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มความสวยงามให้วัสดุพื้นไม้ที่ไม่ได้มีลวดลายชัดเจนดูสวยงาม โดดเด่น และมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • ชั้นที่สาม เป็นชั้นของไม้จริง โดยมีการนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยก่อนอัดแน่นและทำให้อยู่ในรูปแบบของแผ่นไม้ ด้วยวิธีการแบบ High Density Fiberboard ที่มีลักษณะคล้ายกับไม้จริงมากที่สุด แต่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริง รวมถึงประสิทธิภาพที่มีความแข็งแรงทนทาน ด้วยการผสมผสานสารป้องกันความชื้น พร้อมสารป้องกันปลวกและแมลง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ไม้ลามิเนตมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • ชั้นที่สี่ เป็นส่วนชั้นล่างสุดของไม้ลามิเนต ซึ่งเกิดจากการนำแผ่นพลาสติกที่สามารถป้องกันความชื้นและปลวกได้ดีมาใช้ประกอบเข้ากันเป็นชั้นสุดท้ายของไม้ลามิเนต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้ลามิเนตมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากกว่าไม้จริง
คุณสมบัติของไม้ลามิเนต

ไม้ลามิเนตเป็นวัสดุที่สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ระบบคลิกล็อค โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีตอกด้วยตะปูหรือยึดติดด้วยน็อตสกรูให้วุ่นวาย จึงทำให้สามารถติดตั้งไม้พื้นลามิเนตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังพร้อมมอบความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว และด้วยวัสดุที่ได้รับการผลิตมาเป็นอย่างดี จึงทำให้ไม้ลามิเนตมาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียบนพื้นผิวหรือในเนื้อไม้ พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน สามารถทนต่อการรองรับแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี หรือหากเป็นพื้นที่ภายในบ้านที่ต้องเผชิญกับแสงแดดก็ไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดรูปกับไม้ลามิเนต นอกจากนี้ยังมีเฉดสีให้เลือกนำไปตกแต่งบ้านและอาคารต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายตามความชอบ

ข้อควรรู้สำหรับไม้ลามิเนต

แม้ลามิเนตจะมีคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงและทนทานได้ดี แต่ก็ไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้มากนัก โดยเฉพาะหากมีน้ำหกลงบนพื้นลามิเนตภายในห้องจึงควรเช็ดให้แห้งทันที เพราะหากปล่อยน้ำที่หกทิ้งไว้บนพื้นลามิเนตเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อพื้นผิวลามิเนตได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือควรมีการติดตั้งลามิเนตบนพื้นที่มีความเรียบได้ระดับอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยทำให้ไม่เกิดเสียงดังบนพื้นลามิเนตในขณะเดินไปมาภายในห้อง โดยวัสดุชนิดนี้จะไม่สามารถขัดลอกสีเดิมออกเพื่อเปลี่ยนเป็นสีใหม่ได้ เพราะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบสำเร็จรูปด้วยการนำวัสดุที่มีความแตกต่างกันมาอัดแน่นรวมกันในแต่ละชั้น จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมของวัสดุได้ตามต้องการ

ไม้เอ็นจิเนียร์

ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood)

ไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นไม้พื้นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำไม้ธรรมชาติมาผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรม เพื่อทำให้ไม้เอ็นจิเนียร์มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน ด้วยการอบหรือเคลือบน้ำยากันปลวกและแมลงต่าง ๆ โดยไม้ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตจะเป็นไม้ธรรมชาติที่เกิดจากป่าปลูก ด้วยการปลูกไม้ขึ้นมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ เพื่อไม่เป็นการตัดไม้ทำลายป่าและทำลายระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยไม้เอ็นจิเนียร์จะมีลักษณะเป็นชั้น ๆ ประกอบเข้าไว้ด้วยกันจำนวน 3 ชั้น โดยแบ่งออกเป็น

  • ชั้นแรก เป็นพื้นผิวไม้ธรรมชาติที่ฝานมาจากไม้ซุงจนเป็นแผ่นไม้บาง ๆ ที่มีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร โดยไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาใช้เป็นผิวไม้ชั้นแรกจะเป็นไม้ประเภท ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้โอ๊ค เป็นต้น
  • ชั้นที่สอง เป็นไม้ยูคาลิปตัสที่ถูกนำมาฝานจนเป็นแผ่นบาง ก่อนที่จะนำมาซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อช่วยลดการขยายตัวของไม้พื้น
  • ชั้นที่สาม ส่วนชั้นล่างสุดของพื้นไม้ชนิดนี้จะเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรง โดยมีการนำไปพ่นน้ำยากันความชื้นอีกชั้นหนึ่ง
คุณสมบัติของไม้เอ็นจิเนียร์

นอกจากความสวยงามเป็นธรรมชาติของพื้นผิวไม้ที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากไม้ธรรมชาติในแบบที่คุ้นชินแล้ว วัสดุประเภทนี้ยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการติดตั้งพื้นไม้ธรรมชาติทั่วไป อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานที่มากกว่า ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหดตัวน้อยและสามารถทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้ลามิเนต พร้ออมทั้งยังมีเฉดสีเข้มและอ่อนให้เลือกอย่างหลากหลายตามการใช้งานที่ต้องการ

ข้อควรรู้สำหรับไม้เอ็นจิเนียร์

แม้จะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตจากไม้ธรรมชาติและมีความทนทานแข็งแรง แต่ก็อาจเกิดรอยขีดข่วนและทนต่อแรงกระแทกได้น้อยกว่าไม้ลามิเนต ในขณะที่มีราคาสูงกว่าไม้ลามิเนตส่วนใหญ่ และเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการติดตั้งบนพื้นที่เรียบได้ระดับเท่านั้น เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังในขณะเดินบนไม้ที่ปูบนพื้นไม่ได้ระดับ

 

การเลือกสีทาบ้านสวยลงตัว

การเพิ่มสีสันให้มุมมองของบ้านดูโดดเด่น และชวนสะดุดตามีชีวิตชีวาด้วยสีทาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทนสีอ่อน สีสดใส หรือเฉดสีเข้มขรึมแบบคุมโทนไว้ก่อน ก็ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการตกแต่งบ้านที่ไม่ควรมองข้าม ไม่เว้นแม้แต่การทาสีผนังด้วยโทนสีขาวล้วนเพื่อใช้ปกปิดผิวผนังปูนในบ้านให้ดูเรียบเนียนสวยงาม ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกสรรโทนสีและคุณสมบัติของสีที่มีความเหมาะสม เพื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

มองหาแรงบันดาลใจ

หลายครั้งที่คุณอาจมีโทนสีที่ชอบอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะหยิบนำเฉดสีเหล่านั้นมาใช้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างไรให้สวยงามและลงตัวกับรสนิยมความชอบในการแต่งบ้านมากที่สุด การมองหาไอเดียในการแต่งบ้านจากที่ต่าง ๆ ทั้งหนังสือ นิตยสาร หรือแม้แต่การออกเดินทางไปท่องเที่ยว ก็นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้การเลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับการแต่งบ้านได้อย่างตรงใจกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้การเลือกสีทาบ้านมีเป้าหมายที่ชัดเจนและพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว

กำหนดฟังก์ชั่นการใช้งาน

เมื่อต้องการตกแต่งภายในบ้านให้มีชีวิตชีวามากกว่าการทาสีผนังด้วยโทนสีขาวแบบเดิม ๆ จึงจำเป็นต้องสำรวจวัตถุประสงค์ของการใช้สอยพื้นที่ในบริเวณนั้นให้มั่นใจว่าต้องการให้เป็นพื้นที่ใช้งานแบบใด เพราะการกำหนดฟังก์ชั่นที่ชัดเจนในแต่ละโซนใช้งานจะช่วยทำให้การเลือกสรรสีทาบ้านเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้สอยจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ใช้สำหรับพักผ่อนยามค่ำคืน ห้องนั่งเล่นที่ใช้สำหรับการผ่อนคลายระหว่างวัน หรือแม้แต่มุมนั่งทำงานภายในบ้าน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเลือกใช้สีทาผนังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเลือกใช้เฉดสีผิดพลาดในการตกแต่งบ้านก็อาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านบริเวณดังกล่าวไม่น่าอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ห้องนอนที่ดีควรมีโทนสีที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืน หลีกเลี่ยงการใช้เฉดสีร้อนแรงตกแต่งผนังบ้าน เพราะอาจส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนได้ หรือหากเป็นมุมทำงาน ก็อาจเลือกตกแต่งภายในบ้านด้วยโทนสีสว่างขึ้นมาหน่อย เพื่อปลุกพลังในการทำงานให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าและมีแรงกระตุ้นที่ดี

องค์ประกอบต่างๆ ของเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง

แม้จะเลือกสีทาผนังได้สวยถูกใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ภายในบริเวณนั้นจะสวยงามเสมอไป เพราะการแต่งบ้านที่ดีควรมีองค์ประกอบที่สวยงามเข้ากันอย่างลงตัว โดยควรพิจารณาจากเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่จะนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ในบริเวณนั้นว่าโทนสีใด หรือมีองค์ประกอบของพื้นผิววัสดุและรูปทรงเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถเลือกสีสำหรับทาผนังบ้านได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนั้น

การพิจารณาแสงสว่าง ออกแบบภายใน

คำถามยอดฮิตคือควรเลือกสีผนังบ้านอย่างไร หรือเลือกสีไหนถึงจะทำให้พื้นที่ภายในบ้านสวยลงตัวและมีบรรยากาศที่น่าอยู่มากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การเลือกโทนสีสวยมาตกแต่งผนังภายในบ้าน หรือการเลือกคุณสมบัติของสีทาบ้านที่ดีเทานั้น แต่ยังควรพิจาณาจากแสงสว่างธรรมชาติภายในพื้นที่บริเวณนั้นอีกด้วย โดยควรสำรวจดูว่าพื้นที่ในแต่ละจุดของบ้านสามารถเปิดรับแสงสว่างได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากมุมบ้านที่แสงสว่างไม่สามารถส่องผ่านได้อย่างทั่วถึง แต่มีการเลือกใช้สีทาบ้านโทนเข้มมาตกแต่งบ้านในบริเวณนั้น ก็อาจทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดทึบ คับแคบ และดูน่าอึดอัดจนไม่น่าอยู่ได้เช่นกัน แต่เป็นบริเวณใช้สอยที่มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ อาจลองเติมเต็มพื้นที่ในบริเวณนั้นด้วยโทนสีที่ดูอบอุ่น ก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านสมดุลลงตัวมากกว่าเดิม

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ นิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science) คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา
มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ในด้านกฎหมาย ทั้งประโยชน์ทางนิติบัญญัติในเรื่องการออกกฎหมาย และประโยชน์ของการคลี่คลายปัญหาและการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีความเพื่อผลในการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษ นิติวิทยาศาสตร์จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. นิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เช่น วิชาพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงการตรวจสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ 2. นิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม

นิติวิทยาศาสตร์สำคัญๆที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในงานสืบสวนสอบสวนนั้นมีอยู่มากมาย อาทิ การตรวจสถานที่เกิดเหตุและการถ่ายรูป, การตรวจลายนิ้วมือฝ่ามือฝ่าเท้า, การตรวจเอกสาร เช่น ตรวจลายเซ็น ลายมือเขียน, การตรวจทางฟิสิกส์ เช่น ตรวจร่องรอยการเฉี่ยวชนรถ, การตรวจทางนิติเวช เช่น งานนิติพยาธิ งานนิติวิทยา งานชีวเคมี และการตรวจทางชีววิทยา เช่น ตรวจเส้นผม เสือด อสุจิ และตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA) เป็นต้น พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีน้ำหนักในการรับและเป็นที่ยอมรับในนานาอารยประเทศการคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

นิติวิทยาศาสตร์

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์

ถึงแม้ว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะมีอยู่มากมายหลายประเภท แต่การพิสูจน์ DNA นั้นได้รับความสนใจเป็นพิเศษสังเกตได้จากปัจจุบันเมื่อมีคดีข่มขืน คดีฆาตกรรม หรือคดีที่จำเป็นต้องพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ของเด็กเกิดขึ้น ประชาชนต่างให้ความสนใจและคาดหวังกับการตรวจพิสูจน์ DNA เป็นสำคัญ

DNA เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งที่มีชีวิต (มนุษย์ พืช สัตว์) ที่ลูกได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อหนึ่งส่วน และจากแม่อีกหนึ่งส่วน DNA มีอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ต่าง ๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือดโลหิตแดง โลหิตขาว เซลล์ผิวหนัง เยื้อกระพุ้งแก้ม กระดูก หรือปลายรากเส้นผม เป็นต้น DNA จะเป็นตัวกำหนดข้อมูลในการสร้างสารชีวโมเลกุล ดังนั้น สิ่งมีชีวิตชั้นสูงและชั้นต่ำจึงมี DNA เป็นรหัสหรือแบบพิมพ์ในการสร้าง และมีจุด DNA เป็นรหัสเฉพาะตัว ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สายพันธุ์ จึงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่มีชุด DNA ที่เหมือนกันทั้งหมด ยกเว้น ฝาแฝดที่เกิดมาจากไข่ในเดียวกันเท่านั้น จากความจำเพาะที่มีอยู่ในชุด DNA แต่ละหน่วยนี้เอง เรียกว่าลายพิมพ์ DNA ในทางนิติวิทยาศาสตร์จึงได้นำมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจพิสูจน์ เพื่อระบุยืนยันตัวบุคคลในทางคดีและยังใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์ของพ่อ-แม่-ลูกได้

หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ กับกระบวนพิจารณาคดีอาญา

โดยทั่วไป กระบวนการพิจารณาคดีอาญามีข้อที่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดอยู่สองประการ คือ
ข้อกฎหมายประการหนึ่งและข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง หลักในการวินิจฉัยนั้นจะต้องพิจารณาค้นคว้าหาข้อเท็จจริง หรือความสัตย์จริงในคดีว่าเป็นอย่างไรแล้วจึงยกข้อกฎหมายขึ้นปรับวินิจฉัยว่าจำเลยควรจะได้รับโทษหรือควรจะได้รับการปล่อยตัวไป ตามกฎหมายลักษณะพยานข้อเท็จนั้นที่ศาลจะรับรู้ได้เองนั้น จำกัดอยู่เพียงข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามธรรมดาธรรมชาติซึ่งบุคคลธรรมดาจะพึงรู้ได้เองแล้ว ข้อเท็จจริงอย่างอื่นที่อยู่นอกเหนือไปจากความรู้ของคนธรรมดาสามัญศาลรับรู้เองไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝ่ายผู้กล่าวหาจะต้องพิสูจน์ให้ประจักษ์แก่ศาลว่าผู้ต้องหาได้กระทำการที่อ้างว่าเป็นความผิดนั้นจริง

พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นด้วยการวิเคราะห์ หรือวิจัย ซึ่งในทางกฎหมาย ถือว่า พยานหลักฐานเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหรือจะนำเข้าสู่ความรู้ของศาลเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหรือไม่ โดยกำหนดวิธีการนำสืบไว้ คือ หากคู่ความประสงค์จะอ้างหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เข้าสู่สำนวนเพื่อนำสืบข้อเท็จจริง ให้นำสืบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้ทำการตรวจหรือว่าได้ตรวจ ได้วิเคราะห์หรือได้วิจัยสังเกตเหตุการณ์หรือสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับในคดีนั้นมาแล้ว ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์นี้ก็ คือพยานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายนั่นเอง

ที่ผ่านมามีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยคลี่คลายคดีต่างๆ ที่มีความสำคัญและมีความยุ่งยากสลับซับซ้อนทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วหลายคดี ในประเทศสหรัฐออเมริกา คดีที่มีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยในการคลี่คลายคดี ได้แก่ คดีลอบสังหารประธานาธิบดีเคนนาดี้ พฤษจิกายน ค.ศ. 1963, คดีโอ เจ ซิมป์สัน ฆาตกรรมภรรยาและเพื่อน มิถุนายน ค.ศ. 1994 และคดีฆาตกรรมไร้ศพ เหตุเกิดที่รัฐฟลอริดา เป็นต้น สำหรับในประเทศอังกฤษคดีสำคัญที่มีการนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยในการคลี่คลายคดี คือ คดีฆาตกรรมอำพรางที่ฟาร์มวิดเดนฮิลล์ หมู่บ้านฮอตัน ในปี ค.ศ. 1984

ในประเทศไทยคดีที่สำคัญและมีความสลับซับซ้อนซึ่งคลี่คลายลงได้โดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คดีฆาตกรรม น.ส. ดอริส ฟอน ฮาเฟน นางแบบสาวชาวเดนมาร์ก เมื่อ 24 มกราคม พ.ศ. 2511, คดีฆาตกรรมนางสยามล พ.ศ. 2536, คดีฆาตกรรมนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ พ.ศ. 2539, คดีฆาตกรรมน.ส. เจนจิรา พลอยองุ่นศรี นักศึกษาแพทย์ปี 5 พ.ศ. 2541 และคดีล่าสุดคดีที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน คือ คดีฆาตกรรมแพทย์หญิงผัสพร โดยศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตนายแพทย์วิสุทธิ์ คดีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่พบศพของผู้เสียชีวิต แต่ผลการพิสูจน์ DNA ประกอบกับพยานแวดล้อมต่างๆจึงเชื่อได้ว่าแพทย์หญิงผัสพร เสียชีวิตแล้ว

อาชญากรรมเกิดขึ้นและพบเห็นอยู่เสมอ การค้นหาและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามกระบวนการยุติธรรมนับเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของตำรวจ  ซึ่งภารกิจนี้ ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของตำรวจ ในสายงานที่ทำงานเกี่ยวกับงานพิสูจน์หลักฐานโดยตรง คดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผสานกับหลักนิติวิทยาศาสตร์ สามารถช่วยในการจับกุมคนร้ายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน มายืนยันให้สามารถพิสูจน์ความผิดได้อย่างชัดเจน

นิติวิทยาศาสตร์  (Forensic Science)  คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขามาประยุกต์ใช้ในการเก็บและพิสูจน์หลักฐาน ตรวจร่างกาย และวัตถุพยาน เช่น ชีววิทยา ฟิสิกส์  เคมี คอมพิวเตอร์  เป็นต้น เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีความต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อผลในการบังคับใช้กฎหมาย และการลงโทษผู้กระทำความผิดนั่นเอง private detective bangkok

Forensic Science

นิติวิทยาศาสตร์  (Forensic Science)  ที่พบได้ทั่วไป มีดังนี้

  1. การตรวจสถานที่เกิดเหตุ และการถ่ายรูป (Crime Scene Investigation and Forensic)

ขั้นตอนแรกของงานพิสูจน์หลักฐานของงานสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์คือการตรวจสถานที่เกิดเหตุ  นำโดยหัวหน้าทีมสืบสวนและพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับตำรวจพื้นที่เข้าสำรวจพื้นที่เกิดเหตุเบื้องต้น และกำหนดแนวทางค้นหาวัตถุพยาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของคดี เจ้าหน้าที่ต้องสวมถุงมือ ชุดป้องกัน และหน้ากาก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างผู้ตรวจสอบ และสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะกำหนดจุดกองบัญชาการสำหรับเตรียมอุปกรณ์ พร้อมถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบ จากนั้นจะใช้แถบสีเหลือง (Police line) กันพื้นที่เพื่อไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทำลายของวัตถุพยาน

จ้าหน้าที่จะเดินเรียงแถวหน้ากระดาน  4 คนเพื่อค้นหาหลักฐานอย่างครอบคลุม เมื่อพบหลักฐานหรือวัตถุพยาน จะทำการกำหนดตำแหน่ง โดยวางวงแหวนล้อมรอบ และวัดระยะหลักฐาน พร้อมจดบันทึก และถ่ายภาพก่อนออกจากจุดเกิดเหตุ วัตถุพยานต่าง ๆ จะถูกเก็บไว้ในกล่องกระดาษและรวบรวมไว้ที่กองบัญชาการ เพื่อให้ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่อไป

  1. การตรวจลายนิ้วมือ

การหาลายนิ้วมือแฝง สามารถทำได้โดยการใช้ผงฝุ่นเคมี คือ นำเอาสสารที่เป็นของแข็งบางอย่างมาทำเป็นผงฝุ่นสีต่างๆ ตัวอย่างง่าย ๆ เห็นชัดเจนคือ ไส้แท่งดินสอ ซึ่งเป็นสีดำ และเป็นสีที่ตัดกับสีของพื้นผิววัตถุจนเห็นรอยได้ชัดเจนบนพื้นผิววัตถุที่เรียบและเป็นมัน เช่น แก้ว กระจก  ในทางกลับกันถ้าเป็นพื้นผิววัตถุที่มีสีมืด ๆ ก็ควรใช้แป้งฝุ่นสีขาว ทั้งนี้การตรวจสอบลายนิ้วมือแบบนี้มักใช้ควบคู่กับอุปกรณ์สำหรับปัดหาคือ แปรงปัด  และเทปสำหรับเก็บลอกรอยแฝง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงกับระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (Automated Fingerprint Identification System) หรือ AFIS เป็นการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มาใช้งานร่วมกับหลักวิชาการทางด้านการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือบุคคล เพื่อใช้ในการตรวจสอบประวัติข้อมูลของผู้กระทำความผิด ร่วมกับการตรวจสอบข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ

  1. การตรวจเอกสาร (Document) เช่น ตรวจลายเซ็น ลายมือเขียน

การตรวจพิสูจน์โดยเทียบจากลายมือเขียนชื่อหรือลายเซ็นเดิมที่เคยเขียนไว้กับลายเซ็นที่ส่งตรวจสอบ การตรวจพิสูจน์จะได้ผลดี หากเป็นระยะเวลาที่มีความใกล้เคียงกัน แต่มีข้อเสียคือ ในกรณีบุคคลที่ไม่ค่อยได้มีการเขียนลายเซ็นไว้ เช่น เกษตรกร ก็จะทำให้มีการพิสูจน์ได้ยาก หรืออีกวิธี หากลายมือที่ตรวจสอบเป็นของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ จะมีการพิสูจน์โดยการคัดลายเซ็นชื่อประมาณ 5 หน้ากระดาษต่อเจ้าหน้าที่หรือต่อหน้าศาล

ลักษณะและขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์ลายเซ็น จะมีวิธีหลักคือ การตรวจดูทุกลายเส้น เพื่อหาเอกลักษณ์การเขียนของแต่ละตัวบุคคล เนื่องจากธรรมชาติของคนทั่วไป การเขียนมากกว่า 1 ชื่อ จะมีความผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่จะมีลักษณะเด่นที่คล้ายคลึงกันอยู่เสมอ ถ้าเอกลักษณ์ได้ออกมาตรงกัน ก็สามารถระบุได้ว่าเป็นคนเดียวกัน

  1. การตรวจอาวุธปืน และกระสุนปืนของกลาง (Forensic Ballistics)

เป็นการตรวจพิสูจน์โดยเปรียบเทียบลูกกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน รอยขูดลบแก้ไขเครื่องหมายทะเบียนเลขหมายประจำปืน ตรวจร่องรอยบนวัตถุ วิถีกระสุน และเขม่าปืน  ด้วยกระบวนการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบตำหนิพิเศษหรือเอกลักษณ์ของร่องรอยการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ

  1. การตรวจทางเคมีและฟิสิกส์ (Forensic Chemistry and Physics)

การวิเคราะห์สารต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซก็ตาม โดยตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารต่าง ๆ หรือการวิเคราะห์วัตถุพยานด้วยเทคนิคฟิสิกส์ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างโมเลกุลและธาตุองค์ประกอบภายในวัตถุ เพื่อการเชื่อมโยงวัตถุพยานและการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงจากฐานข้อมูลเดิมที่เคยทำการพิสูจน์  ตัวอย่างการพิสูจน์นี้เช่น การพิสูจน์สารเคมีว่าเป็นชนิดใด ตรวจสอบเส้นใย กระจก โลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า ร่องรอยการเฉี่ยวชน และการตรวจพิสูจน์ด้วยเครื่องจับเท็จ

จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ

จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ ออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวัยเกษียณ

จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ บ้านแบบไหนที่ผู้อ่านให้ความสนใจมากที่สุด จากการสังเกตของผู้เขียนที่ผ่าน ๆ มา เมื่อนำแบบบ้านวัยเกษียณมาให้ชม จะได้รับการตอบกลับมากเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงแค่การเตรียมความพร้อมก่อนที่จะถึงวันเกษียณ หลายท่านชมเพื่อวางแผนไว้เป็นบ้านของพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นทุก ๆ วัน และแน่นอนว่า “บ้านวัยเกษียณ” ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ตามไลฟ์สไตล์และบริบทความเหมาะสม บางท่านอยากใช้ชีวิตวัยเกษียณนอกเมือง ในขณะที่บางคนอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณในเมือง

คำบอกเล่าจากสถาปนิก หากเมื่อเอ่ยถึง “บ้านวัยเกษียณ” เรามักจินตนาการไปถึงบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ ที่มีทางลาดสำหรับรถเข็น อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทห่างไกลตัวเมืองหรือบ้านสวนที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติRegency Architecture – An Overview

แต่ความจริงบ้านวัยเกษียณของแต่ละคน “ย่อมแตกต่างกัน” บางท่านชอบอยู่ชนในบท ในขณะที่บางท่านชอบวิถีชีวิตในเมือง บางท่านชอบพื้นที่เยอะ ๆ แต่บางท่านชอบพื้นที่เล็ก ๆ ดูแลง่าย บางท่านชอบความสันโดษอยู่อาศัยบ้านหลังเล็ก ในขณะที่บางท่านมีเพื่อนมาเยี่ยมบ่อย มีลูกหลานมาอยู่ร่วมเยอะ บ้านย่อมต้องใหญ่ตาม
.
“ตัวอย่างล่าสุดปันแปลนออกแบบบ้านวัยเกษียณให้เจ้าของบ้านอายุกว่า 70 ปีแล้ว แต่ต้องการได้บ้าน 2 ชั้น สร้างไว้บนที่ดินแปลงเล็ก ๆ ในตัวเมืองระยอง เหตุผลที่เลือกที่ดินแปลงเล็ก เนื่องด้วยบ้านเดิมปัจจุบันที่ กทม. บริเวณบ้านมีที่ดินกว้างเป็นไร่ซึ่งเจอปัญหาการดูแลที่ยาก เมื่อต้องออกแบบบ้านวัยเกษียณจึงพบคำตอบว่า ที่ดินแปลงเล็ก ๆ น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากกว่า ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบไปกับการซื้อที่ดินผืนใหญ่ ไม่ต้องเหนื่อยกับการดูแลมากและเลือกที่จะนำงบประมาณมาเต็มที่กับการสร้างบ้านให้อยู่สบายแทน” บทความนี้จึงนำข้อมูลการออกแบบบ้าน เพื่อให้ท่านที่กำลังเตรียมบ้านในวัยเกษียณได้ทราบจุดสำคัญต่าง ๆ ของบ้านกันครับ”

ทำเลที่ตั้งของบ้านวัยเกษียณ

1. ทำเลที่ตั้งของบ้านวัยเกษียณ
บ้านวัยเกษียณที่ดีไม่ควรอยู่ห่างไกลเมืองมากเกินไป เพราะหากห่างไกลเมือง ไกลความเจริญ เมื่อจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยหรือมีธุระจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหรือหมอนัดตรวจอาการบ่อย ๆ จะส่งผลถึงความสะดวกสบายด้านการเดินทาง แม้ผู้สูงวัยที่ยังแข็งแรงขับรถเองได้ หากการขับขี่นั้นไกลเกินไปก็ย่อมส่งผลถึงความเหนื่อยล้าได้มากกว่าวัยหนุ่มสาว การหาที่อยู่ห่างเมืองไม่เกิน 30 กิโลเมตร จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่า หรือหากงบประมาณการซื้อที่ดินมีมาก ปัจจุบันมีโครงการจัดสรรแบ่งขายที่ดินหลายแห่งได้สร้างบรรยากาศธรรมชาติไว้ภายในหมู่บ้าน มีต้นไม้ ทะเลสาบ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไว้ให้ บางหมู่บ้านแม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่หลังจากขับรถเข้าไปแล้วเราจะลืมความเป็นเมืองได้โดยทันที กรณีเลือกอยู่อาศัยชนบทไกลเมือง จึงเหมาะกับผู้มีที่ดินเดิม มีญาติที่ช่วยเหลือกันมากกว่าการไปหาซื้อที่ดินใหม่เพื่อสร้างบ้านวัยเกษียณ

2. ผังบ้านไม่ควรอยู่ใกล้ถนนมากเกินไป
บ้านที่ใกล้หรือติดถนนเกินไป จะได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวนและมลพิษจากฝุ่นควันรถมาก ซึ่งผู้สูงวัยเป็นวัยที่ต้องอยู่บ้านตลอดทั้งวัน การสร้างบรรยากาศให้เงียบสงบย่อมเอื้อต่อการพักอาศัยที่ดีกว่า โดยระยะร่นที่เหมาะสมควรให้ตัวบ้านห่างจากถนนอย่างประมาณ 8 เมตรขึ้นไป และควรมีต้นไม้สูงใหญ่คอยกักฝุ่นกันเสียงไว้อีกชั้น ทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศให้ร่มเย็นอีกด้วยครับ

อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของบ้านแต่ละหลังย่อมแตกต่างกัน บางท่านมีที่ดินในเมืองพื้นที่ไม่ถึง 100 ตร.ว. หากต้องเว้นระยะร่นมากเป็นพิเศษก็อาจจะเหลือพื้นที่ใช้สอยของบ้านลดน้อยลงไปมาก หากเป็นเช่นนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางผังห้องที่อยู่ประจำให้เหมาะสม อย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน ควรเลือกโซนด้านในเพื่อให้ห้องอื่น ๆ ด้านหน้าช่วยกันเสียงกันฝุ่นให้อีกชั้น ส่วนสวนสามารถจัดวางผังย้ายมาอยู่หลังบ้านหรือออกแบบลักษณะคอร์ทสวน นับเป็นตัวเลือกบ้านสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีครับ

3. ทางลาดจำเป็นไหม กับบ้านวัยเกษียณ
เมื่อเอ่ยถึงบ้านสำหรับผู้สูงวัยคนส่วนใหญ่มักคิดถึง “ทางลาด” ความจริงแล้วทางลาดอาจไม่จำเป็นเสมอไปครับ เพราะหากบ้านหลังดังกล่าวออกแบบให้พื้นบ้านกับพื้นดินแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยทางลาดก็อาจไม่จำเป็น

สำหรับบ้านสร้างใหม่ควรวางแผนออกแบบให้เหมาะสมตั้งแต่ทางเข้า โดยทางเดินภายในสวนจะต้องไม่มีทางต่างระดับมากเกินไป แต่หากจำเป็นต้องออกแบบพื้นบ้านสูงกว่าระดับพื้นดินมาก ให้ออกแบบพื้นที่สำหรับทำลาดเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น โดยปกติการวางผังของ Punplan กรณีจำเป็นต้องใช้รถเข็นจะออกแบบทางลาดไว้ให้เลยครับ แต่หากยังไม่จำเป็นก็จะเว้นพื้นที่เผื่อไว้ให้ วันใด วันหนึ่ง ร่างกายจำเป็นต้องใช้รถเข็น เจ้าของบ้านสามารถต่อเติมเพิ่มใหม่ได้อย่างลงตัว

ออกแบบทางลาดให้บ้านเกษียณ

4. ออกแบบทางลาดให้บ้านเกษียณ
ทางลาดตามกฎหมายกำหนดจะต้องมีความลาดชันอย่างน้อยไม่เกิน 1:12 ตัวอย่างเช่น หากพื้นบ้านสูงกว่าพื้นดิน 1 เมตร ทางลาดจะต้องยาว 12 เมตร ซึ่งการทำทางลาดยาว 12 เมตรเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก จำเป็นต้องออกแบบให้เหมาะสมลงตัว ไม่ดูกีดขวางหรือเทอะทะบริเวณหน้าบ้าน การออกแบบพื้นที่เผื่อไว้ตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้เกิดความเหมาะสมด้านพื้นที่และดีไซน์ครับ

5. เว้นพื้นที่ไว้เผื่อการสร้างลิฟท์
นอกจากทางลาดแล้ว ผู้สูงวัยบางท่านชอบอยู่อาศัยชั้นบนมากกว่าชั้นล่าง การออกแบบบ้านจึงควรมีพื้นที่ของโถงลิฟท์รองรับไว้ด้วย ปัจจุบันลิฟท์สำหรับใช้ภายในบ้านราคาเข้าถึงได้ไม่ยากแล้วครับ จุดสำคัญคือเรื่องพื้นที่ หากมีเป้าหมายที่จะติดตั้งลิฟท์ ควรออกแบบให้มีพื้นที่ว่างประมาณ 1.5×1.5 เมตร เพื่อใช้เป็นโถงลิฟท์ในอนาคตครับ

6. ความกว้างของประตู
ประตูบ้านและประตูห้องต่าง ๆ ควรมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 90 เซนติเมตร ซึ่งจะรองรับกับขนาดของรถเข็นได้และหากให้ดีบางห้องที่ใช้บ่อยอาจเลือกใช้ฟังก์ชันประตูบานเลื่อนจะช่วยอำนวยความสะดวกกรณีใช้รถเข็นและลดพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้นครับ โดยวัสดุประตูควรเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา อุปกรณ์ฟิตติ้งเป็นสิ่งสำคัญมาก จำเป็นต้องเลือกวัสดุเกรดคุณภาพดี เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลปลอดภัยในระยะยาว

7. ความสูงของหน้าต่าง
ระดับความสูงของหน้าต่าง ไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร ซึ่งจะอยู่ในระดับสายตาขณะนั่งบนรถเข็นหรือนั่งบนเก้าอี้พักผ่อนครับ ผู้อยู่อาศัยจะสามารถมองเห็นวิวสวนได้ขณะนั่งบนรถเข็น หากสามารถออกแบบให้มองเห็นพื้นที่ภายนอก พื้นที่สวนได้ชัดเจน จะส่งผลให้การอยู่อาศัยภายในบ้านไม่รู้สึกหดหู่ใจหรือน่าเบื่อมากเกินไป พื้นที่สีเขียวจะช่วยเติมชีวิตชีวาและพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี
ม้านั่งริมหน้าต่าง

8. ทิศไหนเหมาะกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น
ตำแหน่งห้องนอนและห้องนั่งเล่น ควรอยู่ฝั่งทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ เพื่อให้การอยู่อาศัยช่วงกลางวันได้รับผลกระทบกับแสงอาทิตย์น้อยลง อย่างไรก็ตามการวางตำแหน่งห้องนอนทิศตะวันตกหรือทิศใต้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป ทั้งยังมีข้อดีด้านการรับลมธรรมชาติอีกด้วยครับ โดยปกติผู้สูงวัยจะมีความรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าวัยอื่น ๆ ห้องที่อบอุ่นได้รับแสงธรรมชาติ ได้รับลมย่อมเป็นสิ่งที่ดี เพียงแค่ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับทิศนั้น ๆ เพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างเหมาะสมไม่ร้อนจนเกินไป

พื้นบ้านกันกระแทกได้

9. เกษียณปลอดภัย ด้วยพื้นบ้านกันกระแทกได้
พื้นห้องนอนและห้องที่ใช้พักผ่อนบ่อย ๆ ควรใช้พื้นที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวล หรือหากเป็นพื้นลามิเนตแบบกันกระแทกได้ยิ่งดีครับ พื้นลักษณะนี้จะช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการหกล้มได้ดี เนื่องด้วยกระดูกของผู้สูงวัยจะมีความเปราะบางกว่ากระดูกของวัยหนุ่มสาว หากเกิดอุบัติเหตุใด ๆ แม้จะเป็นเพียงการหกล้มเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นพิการได้เลย จึงควรป้องกันไว้ก่อนเกิดเหตุ

10. ขนาดห้องนอนที่เหมาะกับวัยเกษียณ
ขนาดห้องนอนควรมีความกว้างอย่างน้อย 4 เมตร เพื่อให้ข้างเตียงนอนด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านมีพื้นที่ว่างรองรับรถเข็นได้ ระยะลึกจากผนังหัวเตียงไปสู่ผนังชั้นวางทีวีควรมีความลึก 4-4.5 เมตร เพื่อให้ห้องดูโปร่งและสามารถทำกิจกรรมเบา ๆ อย่างการยืดเส้นยืดสายหลังจากตื่นนอนได้อย่างสะดวก ผนังหัวเตียงควรเป็นผนังทึบ มีเต้าเสียบปลั๊กไฟรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมกับติดตั้งไฟอัตโนมัติจับความเคลื่อนไหวบริเวณพื้นห้อง ข้างเตียงนอน เพื่ออำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน

11. กล้องวรจรปิดควรมี
กรณีภายในบ้านมีผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ควรมีกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ที่สามารถดูออนไลน์ได้ติดไว้ในห้อง เพื่อให้ผู้ดูแลหรือสมาชิกภายในบ้าน สามารถช่วยกันสอดส่องและดูอาการขณะที่ท่านกำลังพักผ่อน ประตูห้องต่าง ๆ ควรเลือกใช้ระบบล็อคที่สามารถเปิดได้สองทางหรือแบบกลอนสับ ผู้อยู่ภายนอกจะสามารถช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินได้ทันท่วงที

ห้องน้ำต้องรับแสง จัดบ้านเพื่อวัยเกษียณ

12. ห้องน้ำต้องรับแสง
ตำแหน่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าห้องนอน คือ ห้องน้ำ ผู้สูงวัยจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำบ่อยครั้ง ห้องน้ำที่ดีควรอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดเยอะเป็นพิเศษ เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคและช่วยขจัดความชื้นสะสม โดยทิศที่ได้รับแสงแดดดีคือทิศตะวันตกและทิศใต้ มุ่งเน้นออกแบบให้มีช่องเปิดเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะห้องน้ำสำหรับผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองได้ลำบาก อาจทำความสะอาดห้องได้ไม่สะอาดพอ การมีช่องเปิดมาก ๆ จะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีครับ

13. เว้นพื้นที่ห้องน้ำให้รองรับวีลแชร์
ห้องน้ำแม้ปัจจุบันจะยังไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันเพื่อผู้สูงอายุ แต่จุดไหนที่ปรับแก้ได้ยากอย่างพื้นที่ความกว้างที่รองรับการหมุนตัวของรถเข็น หรือรองรับกรณีมีพยาบาลผู้ช่วย จึงควรออกแบบให้มีพื้นที่ว่างประมาณ 1.5 เมตร เพื่อให้รถเข็นหมุนตัวกลับได้ ส่วนอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ราวจับ ราวยึด เก้าอี้อาบน้ำ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งภายหลังได้ และไม่เพียงแค่ภายในห้องน้ำเท่านั้น หากต้องออกแบบบ้านพื้นที่ใด ๆ ภายในบ้านให้รองรับการหมุนตัวของรถวีลแชร์ ให้เว้นพื้นที่ว่างไว้ 1.5 เมตรเสมอครับ

14. ควบคุมคุณภาพอากาศภายใน
ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่ผลิตมาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นมากครับ อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ สำหรับผู้สูงวัยมีให้เลือกอย่างครบครัน และหากงบประมาณไม่จำกัด แนะนำให้เสริมระบบที่ช่วยเพิ่มคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี อย่างระบบการหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ที่ช่วยกันฝุ่น PM2.5 กันเสียง ในขณะเดียวกันผู้อยู่อาศัยได้รับลมธรรมชาติที่บริสุทธิ์โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างเลย

15. บ้านวัยเกษียณที่ดี ต้องอยู่สบาย
จุดสำคัญที่สุดคือ “สภาวะอยู่สบาย” ทั้งสบายกายและสบายใจ ความสบายกายเกิดขึ้นได้จากองค์ประกอบที่แปรผันไปตามความชื้น อุณหภูมิห้อง ลม และการระบายอากาศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบให้ทุกองค์ประกอบสัมพันธ์กันอย่างลงตัว ส่วนความสบายใจในด้านการออกแบบสามารถจัดสรรพื้นที่ให้เอื้อต่อจิตใจที่เบิกบานได้ เช่น เมื่อเดินไปจุดนี้ผู้อยู่อาศัยจะพบเจออะไร เมื่อนั่งมุมนี้เจอต้นไม้ที่เขียวขจี องค์ประกอบทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ก่อให้เกิดสภาวะอยู่สบาย

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ หลายๆคนกำลังสงสัยกันว่าเขาจะจ้างนักสืบ ต้องใช้งบประมาณวันที่เท่าไหร่ จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ ไม่สามารถที่จะระบุเป็นตัวเลขจำนวนเงินได้อย่างชัดเจน เพราะราคาสำหรับการจ้างในการสืบนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น บริษัทที่มีชื่อเสียง ก็จะมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีส่วรอัตราค่าบริการที่สูงกว่า เป็นต้น หรือองค์กรที่รับจ้างอาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชน หรือ รัฐบาล ค่าใช้จ่ายในการสืบก็แตกต่างกันไปอีกด้วยนักสืบที่ดีกับความลับของลูกค้า

การคิดค่าบริการสำหรับการจ้างวานนักสืบ คิดได้ตามปัจจัยดังต่อไปนี้

  • สถานที่ : ระยะทางกับราคาจ้างก็สำคัญ หากเป็นพื้นที่ไกลมาก นักสืบสามารถเก็บในราคาที่สูงได้
  • อาชีพของผู้ที่จะตามสืบ : ต้องพิจารณาว่าอาชีพของคนที่จะตามสืบ เขาประกอบอาชีพอะไร และมีโอกาสมากเพียงใดที่จะตามสืบโดยไม่ให้รู้ตัว
  • หลักฐานที่ต้องเก็บรวบรวม : รูปภาพ วีดีโอ เอกสาร ที่อยู่ หรือ สถานที่

เราจะจ้างนักสืบ มาเพื่อสืบอะไรบ้าง

มีหลายคนที่อยากจ้างนักสืบ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ตนต้องการสืบนั้นจะเหมาะกับงานสืบหรือไม่  มาดูกันว่าหลัก ๆ แล้ว นักสืบเขารับสืบอะไรกันบ้าง

  • การจ้างนักสืบ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมทางชู้สาว เรื่องราวของคนรัก หรือแม้กระทั่งคนในครออบครัว
  • การจ้างนักสืบ สืบหาหลักฐาน เช่น การหาหลักฐานว่าทำไมคนนี้รวย หาที่อยู่เพื่ออ้างอิง หรือจำนวนเงินในบัญชี การทำธุรกรรมทางการเงิน
  • การสืบประวัติ เช่น นายก.เป็นใคร เกิดเมื่อวันที่เท่าไหร่ บ้านอยูที่ไหน เบอร์โทรคือเบอร์อะไร รวมถึงป้ายทะเบียนต่างๆ
  • การจ้างนักสืบ ไปสืบเกี่ยวกับเรื่องของประวัติการทำงาน เพื่อตรวจเช็คว่า คนั้นมีประวัติทางคดี หรือ เคยเกงหรือเปล่า ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ในองค์กร หรือคนใกล้ตัวได้เพื่อเป็นแนวทางป้องกัน หรือ เฝ้าระวังบุบลอันตราย
  • สืบหาหลักฐานเพื่อขอในการฟ้องหย่า หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้อง ฟ้องคดีความต่าง ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามหาผู้ร้าย หรือผู้ต้องสงสัยในคดีนั้น ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามาหาคนหาย
  • การจ้างสืบ เพื่อตามหาข้อมูลเท็จจริง

แต่หากท่านเกิดความสงสัยว่า เราจะทำยังไงให้นักสืบดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว บอกได้เลยว่า เรื่องแบบนี้คงต้องพึ่งทางผู้ว่าจ้างด้วยเช่นเดียวกัน หากต้องการให้การสืบคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น ผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้ว่าจ้างต้องพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ และเรื่องส่วนตัว
  2. ผู้ว่าจ้างต้องเตรียมข้อมูลให้แน่ชัด หรือให้เหตุผลว่าทำไมต้องจ้างให้สืบเรื่องราวนั้น ๆ เช่น สืบคดีชู้สาว โดยฝ่ายภรรยาเป็นผู้ว่าจ้างให้นักสืบไปสืบสามี ผู้ที่เป็นภรรยาต้องมีข้อมูลให้ว่าทำไมต้องตามเรื่องนี้ สามีปฏิบัติตนแปลกไป หรือ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนเดิม เป็นต้น
  3. ต้องเตรียมข้อมูลเรื่องสถานที่ ว่าจะให้ไปสืบที่ไหน อาจระบุเป็น เขตอำเภอ จังหวัด เป็นต้น

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

อาชีพ นักสืบ เรียกได้ว่าเป็นอาชีพในฝันของหลายคนเลยก็ว่าได้ แต่กว่าจะเป็นนักสืบนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ มาดูคณะ และ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเกี่ยวกับการเตรียมทักษะที่การเป็นนักสืบกัน

สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสสูตร และมหาวิทยาลัยดังต่ออไปนี้ดูค่ะ

  • SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

  • คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

  • วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน ได้แก่

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  2. หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

การสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท)

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล

อัตราค่าบริการนักสืบ

การคิดอัตราค่าบริการนักสืบ

อาชีพนักสืบนำเสนอเส้นทางในทั้งภาครัฐและเอกชน

ปรารถนาที่จะทำงานสืบสวนหรือไม่ คุณสามารถเลือกหนึ่งในสองเส้นทางอาชีพหลัก นักสืบส่วนใหญ่ทำงานให้กับกองกำลังตำรวจโดยมองหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อให้ผู้กระทำผิดสามารถถูกลงโทษได้ อื่น ๆ ที่เรียกว่านักสืบเอกชนทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนหรือลูกค้าเอกชน ในขณะที่ทั้งสองเกี่ยวข้องกับงานนักสืบนักสืบเอกชนและผู้ตรวจสอบทางอาญารายงานเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

นักสืบตำรวจ

ตำรวจนักสืบบางครั้งเรียกว่าผู้ตรวจสอบความผิดทางอาญาเริ่มอาชีพของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นนักสืบ ตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่านักสืบตำรวจได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย $ 77,860 ณ เดือนพฤษภาคม 2012 นักสืบที่ทำงานให้กับหน่วยงานตำรวจท้องที่ได้รับค่าเฉลี่ย $ 64,610 นักสืบตำรวจของรัฐเฉลี่ย $ 58,460 ต่อปีและผู้ที่ทำงานโดยรัฐบาลกลางรายงานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่ $ 100,290 ต่อปี

นักสืบเอกชน

นักสืบเอกชนให้บริการที่หลากหลายแก่ธุรกิจและลูกค้าเช่นการพยายามค้นหาบุคคลที่หายไปการสืบสวนการละเมิดกฎหรือทำการตรวจสอบการเฝ้าระวังและการตรวจสอบประวัติ จากข้อมูลของ BLS ณ เดือนพฤษภาคม 2012 เงินเดือนเฉลี่ยของนักสืบเอกชนคือ $ 50,780 ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนโดยเฉลี่ยของนักสืบตำรวจ ประมาณครึ่งหนึ่งทำงานให้กับ บริษัท ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยมีรายรับเฉลี่ย $ 46,700 ต่อปี บริษัท ในอุตสาหกรรมบางแห่งใช้นักสืบส่วนตัวของตนเองและจ่ายให้เฉลี่ยสูงกว่า $ 70,000 ต่อปี อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริษัท พลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตการบินและอวกาศสํานักงานนักสืบ

รูปแบบการจ่ายภูมิภาค

โดยทั่วไปแล้วตำรวจนักสืบที่ทำงานในตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินมากที่สุดในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุด ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยสำหรับนักสืบตำรวจอยู่ในระดับต่ำจาก $ 49,530 ในอาร์คันซอถึงระดับสูงของ $ 115,230 ใน District of Columbia ในขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของนักสืบเอกชนไม่เป็นไปตามรูปแบบของภูมิภาคที่ชัดเจน รัฐที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดคือเซาท์ดาโกตาซึ่งนักสืบเอกชนมีค่าเฉลี่ย $ 33,720 ต่อปี นักสืบเอกชนในรัฐวอชิงตันได้รับมากที่สุดโดยเฉลี่ย $ 70,510

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร บนถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง ซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นสะดือเมืองในสมัยพระยาเม็งรายนั่นเองค่ะ เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมือง ก่อนที่จะย้ายไปวัดเจดีย์หลวงรวมที่เที่ยวแพร่

และบริเวณยังเคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว ต่อมาเมื่อศาลากลางย้ายไปใช้หลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ก็เลยปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นั่นเองค่ะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ.2542 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย

เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมืองก่อนที่จะย้ายไปวัดเจดีย์หลวง ที่ดินเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 จนถึงเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาลจึงได้ประทานให้รัฐบาล เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อศาลากลางย้ายไปใช้หลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ.2542 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปเชียงใหม่

ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีนิทรรศการถาวร 15 ห้อง จัดแบ่งตามเนื้อหาสาระ นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคสร้างบ้านสร้างเมือง ล่วงเลยผ่านวันเวลาอันรุ่งเรืองและเสื่อมถอย เปลี่ยนแปลงจวบจนเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ระบบการปกครอง วีถีชีวิตภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของชาวเชียงใหม่ นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่ออันทันสมัย ทั้งสไลด์ วีดีทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิก และภาพประกอบคำบรรยาย

อาคารส่วนหลัง แบ่งเป็นห้องนิทรรศการหมุนเวียน ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ห้องประชุม ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟ รองรับสำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่

ภายใน หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นี้ จะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ รวมแล้วมีนิทรรศการถาวรกว่า 15 ห้องเลยทีเดียว โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ ยุคสร้างบ้านสร้างเมือง มาจนเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ระบบการปกครอง วีถีชีวิตภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่

โดยจะถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น สไลด์ วีดีทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิกต่างๆ รวมถึงมีอาคารส่วนหลัง ที่จะมีห้องนิทรรศการหมุนเวียนกันไปด้วย และยังมีโซนไว้จัดกิจกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นี้ ได้เรียนรู้อดีตที่ผ่านมาของ เชียงใหม่ แบบจัดเต็มเลยทีเดียวค่ะ

ตัวอาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2467 เป็นอาคารสูง 2 ชั้น เคยใช้เป็นหอคำ ศาลาว่าการรัฐบาลมณฑลพายัพ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังเมื่อมีการย้ายศูนย์ราชการออกไปนอกเมืองในปี พ.ศ. 2539 อาคารนี้จึงได้รับการปรับปรุงเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้ถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น อันจะสร้างความเข้าใจ ตระหนักรู้ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่ต่อไปในอนาคต หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่

อาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรม มีห้องนิทรรศการถาวรถึง 15 ห้องจัดแบ่งตามเนื้อหาสาระ นับตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคของการสร้างบ้านแปงเมือง ล่วงเลยผ่านวันเวลาอันรุ่งเรืองและเสื่อมถอย เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิต ภูมิปัญญา การเมืองการปกครองและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของคนเชียงใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่อที่ทันสมัย ทั้งสไลด์ วีดิทัศน์ ซอฟต์แวร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิกและภาพประกอบคำบรรยาย เพื่อให้การชมมีความน่าสนใจและได้ความรู้

การเดินทาง ไปยังหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

ตัวของ หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ จะอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เลยค่ะ สามารถเดินทางปักหมุดตามแผนที่มาได้เลย หาไม่ยากแน่นอน หรือถ้าใครไม่มีรถจะนั่งรถแดง หรือ นั่งรถประจำทาง RTC Bus ufaสาย R3 (สายวนรอบเชียงใหม่) มาก็ได้ค่ะ ลงสถานีอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ได้เลย

โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ หลังจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร อีกทางหนึ่ง คือ จากนครสวรรค์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปางถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

รถไฟ มีรถด่วนและรถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ทุกวัน ปลายทางสถานีรถไฟเชียงใหม่

รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

เครื่องบิน มีบริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

รวมที่เที่ยวแพร่

รวมที่เที่ยวแพร่ เป็นเมืองล้านนาเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย รอให้เราได้ไปเยือน วันนี้เราก็มีพิกัดดีๆ ที่เที่ยว แพร่ เสน่ห์แห่งล้านนา ไปเช็คอินแล้วต้องหลงรักแน่ๆ ด้วยความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรม และธรรมชาติ ที่คุณจะตกหลุมรักแพร่จ้าผาเก็บตะวัน

รวมที่เที่ยวแพร่

วัดพระธาตุช่อแฮ

วัดพระธาตุช่อแฮ

สำหรับที่แรกที่จะพาไป ก็ต้องมาเอาฤกษ์เอาชัยกันสักหน่อยค่ะ วัดพระธาตุช่อแฮ อยู่ในอำเภอเมืองแพร่ มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมย่อมุม ศิลปกรรมแบบเชียงแสน สูงถึง 33 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูน หุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง สวยงามมากจริงๆ ค่ะ ภายในจะบรรจุพระเกศาธาตุ และพระบรมข้อศอกข้างซ้าย เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะพระธาตุช่อแฮจะเป็นการเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ใครไปเที่ยวจ.แพร่ ห้ามพลาดที่จะไปสักการะเลยนะ

ที่อยู่ : 1 ถ.ช่อแฮ ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:00 – 17:00 น.

วัดพงษ์สุนันท์

อีกหนึ่งวัดที่สวยงามไม่แพ้กันค่ะ นั่นก็คือ วัดพงษ์สุนันท์ ตั้งอยู่บนถนนคำลือ ในตัวเมืองจังหวัดแพร่ ภายในวัดจะมีพระนอนสีทองอร่ามอยู่ริมกำแพง เป็นสัญลักษณ์ของวัด ใกล้กับซุ้มประตูมงคล 19 ยอด บริเวณรอบๆ สวยงามมากค่ะ น่าไปไหว้พระขอพรมากจริงๆ

ที่อยู่ : ถ.คำลือ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:00 – 17:00 น.

วัดจอมสวรรค์

วัดจอมสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งวัดที่ถ้าไปแพร่แล้วต้องไปเช็คอินให้ได้ค่ะ เพราะที่นี่คือ วัดเก่าแก่ ที่สร้างด้วยศิลปะแบบพุกาม เป็นโบราณวัตถุที่สวยงามมากค่ะ ความพิเศษของวัดนี้คือ มีเพียงอุโบสถไม้หลังเดียว ที่เป็นทั้งอุโบสถวิหารและกุฏิอยู่ในอาคารเดียวกัน ตัวอาคารจะสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง และในปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดจอมสวรรค์ไว้เป็นสมบัติของชาติแล้วค่ะ รู้อย่างนี้แล้วต้องรีบไปเช็คอินกันให้ไวเลยใช่ไหมล้า

ที่อยู่ : ต.ทุ่งกวาว อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:00 – 17:00 น.

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง ตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาโพธิวงศาจริยาราม พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในอำเภอเมืองแพร่ค่ะ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กม. เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ นอกจากจะได้สักการะบูชาพระธาตุอินทร์แขวนจำลองแล้ว ยังจะได้สัมผัสองค์พระผุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย วิวทิวทัศน์ของวัดก็สวยงาม อยู่ท่ามกลางขุนเขาธรรมชาติ นอกจากจะได้ไหว้พระขอพรแล้ว ยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสดชื่นอีกด้วยนะ

ที่อยู่ : ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:00 – 17:00 น.

วนอุทยานแพะเมืองผี

แพะเมืองผี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของแพร่ ที่ถ้าไม่มาเช็คอินก็เหมือนยังมาไม่ถึงแพร่ แพะเมืองผี เกิดจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ จนเกิดเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ ค่ะ มีความสวยงามต่างกันออกไป หน้าผา เสาดิน เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้กับนักท่องได้เข้ามาศึกษาสภาพป่า เป็นการเที่ยวที่ได้รับความรู้ไปในตัวเลยล่ะค่า

ที่อยู่ : ต.น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 07:00 – 18:00 น.

คุ้มวงศ์บุรี

อีกหนึ่งที่เที่ยวแพร่ที่อยากแนะนำให้ไปเช็คอินกัน นั่นก็คือ คุ้มวงศ์บุรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ บ้านสีชมพู เป็นอาคารสีชมพูสีหวานโดดเด่น มาอย่างยาวนานกว่า 100 ปีค่ะ ตกแต่งด้วยไม้ฉลุ ที่เรียกกันว่า ลายขนมปังขิง เป็นที่นิยมมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวอาคารนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย กับส่วนหน้าที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเจ้านายในอดีต และมีห้องโบราณต่างๆ ให้เราเข้าไปชมได้ น่าสนใจสุดๆ เลย

ที่อยู่ : 50 ถ.คำลือ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 09:00 – 16:30 น.

คุ้มเจ้าหลวง

คุ้มเจ้าหลวง ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองแพร่ค่ะ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารโล่ง มีประตู หน้าต่างด้วยกันทั้งหมด 72 บาน มีความงดงามของลวดลายจากการฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ในรูปแบบไทยผสมยุโรป เป็นอีกที่ค่ะที่มีมนต์เสน่ห์ของเรือนเก่าในเมืองแพร่ ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาเที่ยวชมที่นี่เด็ดขาดเลยค่า

ที่อยู่ : 4 ซ.คุ้มเดิม ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:30 – 17:00 น.

อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ตั้งอยู่อำเภอลอง อำเภอเมือง และอำเภอสูงเม่นค่ะ เป็นพื้นที่เขาสูงชัน บางจุดก็เป็นที่ราบ มีสวนหินมหาราช ซึ่งเป็นสวนที่มีหินที่โผล่ขึ้นมาตามธรรมชาติ สลับซับซ้อนกันอยู่ มีไฮไลท์คือ การขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น เพื่อนจะขึ้นไปถึงถ้ำเอราวัณค่ะ ที่ต้องบอกเลยว่าไปถึงแล้วคุ้มกับที่เดินขึ้นมาจริงๆ ใครอยากไปทดความกำลังขาห้ามพลาดเด็ดขาดเลยน้า

ที่อยู่ : ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่
เปิดให้เข้าชม : 08:30 – 16:30 น.

อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย

เวียงโกศัย มาจากชื่อที่ใช้เรียกจังหวัดแพร่ในอดีตค่ะ อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยนี้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจังหวัดแพร่ มีสภาพป่าเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีทิวทัศน์และน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย และมีบ่อน้ำแร่อีกด้วย บอกเลยว่าถ้าไปเช็คอินที่นี่เหมือนได้ชาร์จแบตชีวิตเลยล่ะufabet

ที่อยู่ : ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่

สถานีบ้านปิน

สถานีบ้านปิน อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 40 กิโลเมตรค่ะ เป็นสถานีรถไฟแห่งเดียวของไทยที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาวาเรียนเฟรมเฮาส์ หรือแบบโครงไม้ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมกันในแคว้นบาราเรียนของเยอรมัน ผสมกับสถาปัตยกรรมแบบไทย นั่นก็คือเรือนปั้นหยา ในปัจจุบันได้เลิกใช้งานไปแล้ว แต่ก็ยังคงอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบเดิมค่ะ

ที่อยู่ : ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่

ผาเก็บตะวัน

ผาเก็บตะวัน จุดกางเต็นท์ ชมวิวพระอาทิตย์แบบพาโนรามา

ผาเก็บตะวัน ที่ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาบ้านข้าวหนม คาเฟ่ขนมไทย

ผาเก็บตะวันเป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา จุดเด่นของจุดชมวิวแห่งนี้คือเป็นโลเคชันในการชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างงดงามมากๆ ตามชื่อของผาเก็บตะวันเลย นอกจากนี้ในบางวันที่อากาศดีๆ พอเหมาะ พอเจาะ จะมีทะเลหมอกออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้เห็นอีกด้วย

ในส่วนของวิวที่ทุกคนจะได้ชมเมื่อขึ้นไปที่ผาเก็บตะวันนั้น คุณจะได้กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ขุนเขาและป่าไม้ที่โอบล้อมเมืองวังน้ำเขียวเอาไว้อยู่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้เป็นแหล่งโอโซนที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เป็นความเขียวขจีที่ยิ่งมองก็ยิ่งสบายตาพาให้สบายใจจริงๆ ยิ่งใครชอบถ่ายภาพด้วยแล้วมาที่จุดชมวิวนี้คุณจะได้กดชัตเตอร์กันจนเพลินเลยทีเดียว

และสำหรับสายแคมป์ปิ้ง สามารถขึ้นมากางเต็นท์บนผาเก็บตะวันนี้ได้ด้วย จะใช้บริการเช่าเต็นท์ของอุทยานหรือนำเต็นท์มากางเองก็ได้ แต่สำคัญคือต้องรักษาความสงบ และความสะอาดกันให้ดีด้วย ธรรมชาติสวยๆ จะได้คงอยู่กับเราไปอีกยาวนาน

ชมผาเก็บตะวัน

และทั้งหมดนี้ก็คือผาเก็บตะวัน จุดชมวิวสวยๆ ที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้ ด้วยระยะทางที่ไมไ่กลจากกรุงเทพฯ มากนัก แถมยังได้ชมวิวธรรมชาติสุดอลังการแบบนี้ หากมีโอกาสเสาร์ อาทิตย์นี้ลองแวะเยี่ยมเยือนธรรมชาติให้หายคิดถึงที่ผาเก็บตะวันกันครับ

หากใครจะเข้าไปเที่ยวชมผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลานในช่วงนี้จะต้องจองคิวผ่านทางแอปพลิเคชัน QueQ ก่อน เพราะทางอุทยานจะจำกัดจำนวนผู้เข้าเที่ยวชมแต่ละวัน ตามนโยบายแบบ New Normal หรือหากไม่จองคิวก็สามารถวอล์คอินไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่โดยตรงที่หน้าด่านได้เลย แต่ไม่รับประกันว่าคิวของวันนั้นจะเต็มหรือไม่ ทางที่ดีควรเช็กไปก่อนจะดีที่สุด

กอดสายหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยกันที่ ผาเก็บตะวัน ที่เที่ยววังน้ำเขียว ในอุทยานแห่งชาติทับลานกันค่ะ ซึ่งที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สูดอากาศดีๆ ได้เต็มปอด เป็นอีกที่เที่ยวหนึ่งที่พลาดไม่ได้ค่ะถ้ามาเที่ยววังน้ำเขียว

นอกจากการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาเก็บตะวันแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมดีๆ อย่างการปลูกป่า ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมอีกด้วยค่ะ แต่การปลูกป่าของที่นี่เขามีกิมมิกน่ารักๆ อยู่ ด้วยการ ยิงหนังสติ๊กปลูกป่า จ้า เก๋จริงๆ

สำหรับเมล็ดพันธุ์พืชที่มีขายให้เราไปยิงหนังสติ๊กปลูกป่าก็จะมีทั้ง เมล็ดมะค่าโมง และเมล็ดลาน หรือ ลูกลาน ราคาถุงละ 10 บาทค่ะ แล้วก็ทำการยิงกระสุนเมล็ดพันธุ์พืชเหล่านี้เข้าป่าไปได้เลย ตอนแรกเราก็รู้สึกว่ามันก็สนุกดีค่ะ แต่จะได้ผลจริงๆ ไหม พอถามคนขาย เขาก็บอกมาว่า วิธีปลูกป่าแบบนี้ได้ผลประมาณ 80% เลยทีเดียว

หนังสะติ๊กอุปกรณ์ปลูกป่า เอาละเราก็ซื้อเมล็ดมะค่ามาถุงนึง เดี๋ยวไปช่วยกันปลูกป่ากันหน่อย วิธีการปลูกป่าของที่นี่น่าสนใจมากครับ ด้วยการยิงเมล็ดพืชออกไปให้ไกลตามทิศทางที่ต้องการด้วยหนังสะติ๊ก หรือว่าท่านที่นิยมกีฬากอล์ฟ ก็มีไม้กอล์ฟให้ยืม สำหรับลานกว้างที่ผาเก็บตะวัน มีหนังสะติ๊กอันใหญ่ตั้งไว้ให้หนึ่งอันสำหรับผู้ที่ใช้อันเล็กไม่ค่อยเป็นเดี๋ยวจะได้รับบาดเจ็บ บางกลุ่มก็มาปลูกเป็นกีฬาปลูกป่าทีมหญิงไปอย่างที่เห็น

ส่วนภาพล่างกลาง นี่คือลูกลานที่แห้งแล้วที่ร่วงลงมาจากต้นลานก่อนที่ต้นลานจะเหี่ยวตายไป เป็นวัฏจักรของลาน ต้นหนึ่งออกดอกได้ครั้งเดียวแล้วเหี่ยวแห้งตายไปหลังจากดอกลานติดลูกและร่วงลงดินแล้ว อายุของลานอาจจะมีตั้งแต่ 20-70 ปี กว่าจะออกดอก ปกติลานในอุทยานแห่งชาติทับลานมีอายุไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงไปดูดอกลานได้ทุกปี เพียงแต่ในปี 2552 จะมีดอกออกพร้อมกันหลายต้นเป็นพิเศษ

เอาละเมื่อเข้าใจวิธีการปลูกป่าของที่นี่ดีแล้ว ก็เอาหนังสะติ๊กที่ยืมมาจากร้านขายเมล็ดพืชนั่นแหละ ยืดให้สุดแขน แล้วยิงออกไปไกลๆ แบบนี้เรียกว่าการยิงหนังสะติ๊กลดโลกร้อน

ดอกลานบนผาเก็บตะวัน เอาละปลูกป่ากันมานานแล้ว ก็เริ่มชมวิวบนผาเก็บตะวัน มองไปรอบๆ หาดอกลาน ก็เห็นอยู่เป็นหย่อมๆ แต่ละต้นออกดอกมากมายสมกับที่เป็นข่าวจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาดูกันมากเป็นพิเศษในปี 2552
จากผาเก็บตะวันมองลงไปจะเห็นลานอยู่ที่พื้นราบด้านล่างกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ บางต้นจะแฝงอยู่ตามไหล่เขา ท่ามกลางต้นไม้อื่นๆ รายล้อม แต่ลานก็ยังสามารถชูดอกสูงกว่าต้นไม้รอบข้างได้ หากมีกล้องส่องทางไกลมองไปที่พื้นด้านล่างก็จะเห็นดอกลานได้ชัดมากขึ้น

หอชมวิวผาเก็บตะวัน ที่ผาเก็บตะวันมีหอชมวิวบริการด้วย แต่กระไดไม้ไผ่มันอาจจะปีนยากไปสักนิด ไต่ๆ ไปมีไหวๆ ด้วยตื่นเต้นดีแท้

หมีควายตัวน้อย ลูกหมีควายน้อยน่ารักตัวนี้เพิ่งเจอมันที่ผาเก็บตะวันในการไปครั้งที่ 4 ปี 2554 นี่เองไม่รู้ประวัติความเป็นมาของมันไว้ไปครั้งที่ 5 จะได้สอบถามเจ้าหน้าที่ ต้นไม้ที่มันปีนอยู่นี้ตรงโคนต้นสร้างคอกล้อมมันไว้ มันชอบปีนไปอยู่ข้างบนมากกว่าที่จะอยู่ในคอก กว่าจะถ่ายรูปมันได้แบบนี้เล่นเอาปวดคอปวดไหล่ ใครๆ ผ่านไปทางนี้สอบถามสารทุกข์สุขดิบให้ด้วยนะครับ

ป้ายที่ระลึกของผาเก็บตะวัน

ป้ายที่ระลึกของผาเก็บตะวัน เป็นสิ่งแปลกตาอีกอย่างหนึ่งในการเดินทางมาเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ เพราะปกติก็จะทำป้ายใหญ่ด้วยไม้หรือวัสดุอย่างอื่น แต่ก็เป็นรูปร่างธรรมดาทั่วไปแบบป้ายที่เห็นกันประจำ แต่ที่ผาเก็บตะวันแห่งนี้กลับใช้รูปแบบหลักกิโลเมตร คล้ายๆ ปาย
ที่จุดชมวิวผาเก็บตะวันมีศาลาพักผ่อนบริการนักท่องเที่ยวสามารถสั่งอาหารมานั่งทานกันตรงนี้ก็ได้ (มีร้านอาหารบริการครับ)
ลานจอดรถที่นี่ก็เป็นลานดินกว้างๆ มีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ ลานจอดรถ
ด้านหนึ่งของลานจอดรถก็มีป้ายข้อมูลความรู้ต่างๆ ป้ายข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่า เนื่องจากป่าไม้ในบริเวณตำบลไทยสามัคคีเคยถูกทำลายลงเป็นอย่างมากในที่สุดกรมป่าไม้จึงได้กำหนดพื้นที่บางส่วนให้เป็นเขตฟื้นฟูสภาพป่า การทำงานปลูกป่าสภาพป่าก่อนและหลังการฟื้นฟูเห็นได้ชัดบนแผ่นป้าย ไว้ให้ความรู้นักท่องเที่ยว
เห็นกันเลยว่ามีคนมาไม่น้อย และส่วนมากก็จะมาแวะกันสัก 30 นาทีแล้วก็ไปเที่ยวต่อกันที่อื่น ตอนที่ขับรถเข้ามาหรือขับกลับก็มีรถสวนทั้งขาเข้าขาออกกันหลายคัน นักท่องเที่ยวหลายคนก็เล่าให้ฟังว่าได้ข่าวจากช่อง 7 เลยตามมาดูกันมากมายจริงๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังที่ได้เห็นดอกลานบานสะพรั่งกันทั่วทุ่งสมใจหมาย

เก็บตะวัน นี่เองเป็นที่มาของคำว่าเก็บตะวัน คือเอาหนังสะติ๊กยิงพระอาทิตย์ ซะเลย การมาปลูกป่าของเราในบางครั้งก็เลือกที่จะมาเย็นๆ รอชมพระอาทิตย์ตกก่อนค่อยเดินทางเข้าที่พักที่วังน้ำเขียว กิจกรรมการปลูกป่าจนถึง เมษายน 2554 สล็อตที่ไปมาล่าสุดก็ยังคงใช้หนังสะติ๊กแต่เปลี่ยนเป็นแบบมีราวติดตั้งด้านหนังสะติ๊กอย่างแน่นหนาสำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นเดี๋ยวอาจจะเกิดอันตรายได้ แต่ก็ยังมีแบบถือให้ยิงกันถนัดๆ สำหรับคนที่ใช้มันเป็น

พระอาทิตย์อัสดงตรงผาเก็บตะวัน วิวนี้เป็นภาพที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของการชมพระอาทิตย์ตกที่วังน้ำเขียวสำหรับในฤดูหนาวอาจจะมีลุ้นได้ชมทะเลหมอกตอนเช้าก็ต้องไปหาจุดชมวิวสวยๆ นั่งรอกัน

ใครที่อยากมาเที่ยวธรรมชาติ สูดอากาศดีๆ ของวังน้ำเขียวได้เต็มปอด ดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และปลูกป่าเก๋ๆ แบบนี้ล่ะก็ แวะมาเที่ยวที่ผาเก็บตะวันกันได้เลย

บ้านข้าวหนม คาเฟ่ขนมไทย

บ้านข้าวหนม คาเฟ่ขนมไทย ร้านขายขนมไทยตกแต่งทันสมัยในสไตล์คาเฟ่ ผสมผสานกับความเป็นไทยแบบวินเทจ พร้อมจัดเต็มขนมไทยหลากหลายชนิด จัดวางในภาชนะสวยงาม หน้าตาขนมน่ารับประทาน ขนมไทยบางอย่างหาทานได้ยากในปัจจุบันเห็นแล้วต้องว้าว ใครชอบทานขนมไทย หรือยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ทาน แวะมาร้านนี้จะได้รู้จักขนมไทยมากขึ้น แถมได้ลิ้มรสขนมและเครื่องดื่มรสชาติดีอีกด้วย

ร้านตั้งอยู่กลางเมืองอยุธยาบริเวณถนนอู่ทอง ร้านไม่มีที่จอดรถ ต้องหาที่จอดเลียบถนน ตัวร้านเป็นแบบชั้นเดียวสีเขียวอ่อน กรุด้วยหน้าต่างกระจก หน้าร้านมีมุมเก้าอี้ และโต๊ะนั่งริมกระจก ขนาบข้างด้วยต้นไม้ฟอกอากาศ แค่หน้าร้านก็ตกแต่งได้น่ารักแล้วดอยเมี่ยง แม่ฮ่องสอน

บ้านข้าวหนม คาเฟ่ขนมไทย

บ้านข้าวหนม

ภายในร้านตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย ใช้เฟอร์นิเจอร์สีไม้สีเข้ม มีความเป็นลอฟท์นิดๆ ด้วยกำแพงสีส้มอิฐ  แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือ โซนขายขนมที่มีขนมไทยแบบต่างๆให้เลือกมากมาย ทั้งจ่ามงกุฎ สัมปันณี ช่อผกากรอง ทองม้วนอบกรอบ ทองหยิบ ทองหยอดโบราณ หรือไอศกรีมหลงยุค สารพัดเมนูขนมไทยโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน จัดวางอยู่บนชั้น และบนโต๊ะไม้ที่ถูกจัดวางบนใบตอง ในตระกร้าหวาย หาบเร่แบบไทย โดยทางร้านมีกระจาดให้หยิบเลือกขนมที่ต้องการ

ขนมไทยหลากสีสัน บางอย่างรู้จักและเคยเห็นมาบ้าง และบางอย่างยังไม่รู้จักหรือไม่ค่อยเห็นบ่อย ขนมถูกตกแต่งจัดวางในภาชนะที่สวยงาม คนที่ไม่ค่อยทานขนมไทยอย่างเรา เห็นแล้วถึงกับชอบในไอเดียการจัดวางนี้ อยากลองทานหลายอย่าง เป็นอาณาจักรขนมไทยใจกลางอยุธยาเลยก็ว่าได้

ส่วนพื้นที่อีกส่วน คือ คาเฟ่สำหรับนั่งทานขนม มีทั้งพื้นที่ด้านหน้า ซึ่งจัดโซนที่นั่งหลายมุม ทั้งแบบติดกำแพงอิฐ ที่นั่งติดกระจก และที่นั่งตรงกลางประดับด้วยภาชนะโบราณแบบไทย บรรยากาศน่านั่งไปหมดทุกจุด

ยังมีที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ที่ไม่ใช่ห้องแอร์ ประดับด้วยไม้ฟอกอากาศ ในมุมต่างๆ  ถึงแม้จะเป็นร้านที่มองจากข้างนอกเหมือนพื้นที่ไม่มาก แต่จัดสรรพื้นที่นั่งได้เป็นสัดส่วน

เมื่อเลือกขนมแล้วไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน สำหรับใครที่ต้องการนั่งทานในร้าน ทางร้านมีจานช้อนวางไว้ให้บริการตัวเองค่ะ ส่วนใครที่ต้องการซื้อกลับบ้านจะแพคใส่ถุงกระดาษ  หยิบข้าวเหนียวปลาแห้งและสาคูกลีบดอกไม้ไส้หมู ทานคู่กับอัญชันเอสเพรสโซ่ และน้ำมะม่วงปั่น รสชาติของขนมไทยและเครื่องดื่มค่อนข้างดี  สำหรับคนที่ไม่ถนัดสายหวาน ทานคู่กันตอนแรกกลัวจะว่ารสชาติจะเลี่ยนเกินไป แต่ไม่รู้สึกถึงขนาดนั้น เพราะที่ร้านทำไม่หวานมาก

บ้านข้าวหนม อยุธยา คาเฟ่ขนมไทยที่ตกแต่งได้ถูกใจคนรุ่นใหม่ สำหรับสายชอบเที่ยวคาเฟ่และถ่ายรูป ได้ภาพสวยกลับบ้านแล้ว ยังได้รู้จักและลองทานขนมไทยแบบต่างรวมถึงเครื่องดื่มที่รสชาติถูกใจด้วย

ถือเป็นคาเฟ่ขนมไทยร้านแรกๆ ในอยุธยาเลยก็ว่าได้ โดยที่นี่ได้สูตร ขนมไทยโบราณจากก้นครัวของคนในครอบครัว และคนในท้องถิ่นเมืองกรุงศรีอยุธยา เป็นสูตรลับต้นตำรับขนมไทยแท้ไม่เหมือนใคร โดยเจ้าของนำมาปัดฝุ่นใหม่ ให้ถูกใจวัยรุ่นในสไตล์คาเฟ่นั้นเอง

แม้เป็นร้านขนมไทย แต่บรรยากาศของร้านกลับออกแบบให้ดูวินเทจโมเดิร์น ด้วยผนังอิฐสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่กลางเมืองเก่าอยุธยา ตัดความวินเทจด้วยโคมไฟยาวให้ความรู้สึกทันสมัยมากขึ้น มีโต๊ะไม้เป็นที่ตั้งสำหรับขนมไทยซื้อกลับบ้าน ที่ทางร้านทำสดใหม่วันต่อวันเลยทีเดียว

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร บ้านข้าวหนม

ในส่วนของเมนูขนมไทยของที่นี่ โดดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ขนมตาล ขนมปลาโบราณ ขนมใส่ไส้ นอกจากนี้ยังมีขนมไทยหากินยากอย่าง สัมปันนีมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวแดง กระเช้าสีดา เป็นต้น

ในส่วนของเมนูขนมไทยกินที่ร้าน มีเมนูซิกเนเจอรที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ไอติมหลงยุค ไอศกรีมที่ท็อปด้วยฝอยทอง และทองม้วน เป็นความหลงยุคของขนมหวานที่เข้ากันอย่างลงตัว รวมไปถึง ไอติมชานมอัญชัญ ไอศกรีมสีฟ้าสวย หวานสดชื่น กินคู่กับทองม้วน อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ที่ร้านมีเมนูแนะนำ 2 เมนูอย่าง ชาเขียวหลงกรุง กับ กาแฟบ้านข้าวหนม ถือเป็น 2 เมนูซิกเนเจอร์ที่กินคู่กับขนมไทยของที่ร้าน บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ ที่สำคัญราคาไม่แรง เริ่มต้นเพียงแก้วละ 70 บาทเท่านั้นเอง

ไอติมหลงยุค (125 บาท) ก็เป็นไอศกรีมรสชาไทยที่ทางร้านทำเอง เน้นรสชาติของชาไทยแต่ไม่หวานนัก เสิร์ฟมาคู่กับฝอยทอง ทองม้วน และขนมถั่วต่างๆ หรือจะเป็น ไอติมยาหยี (95 บาท) เป็นไอศกรีมแตงไทยน้ำกะทิ กลิ่นหอม รสชาติหวานมัน กินคู่กับสาคูไทยต้มกับอัญชันให้สีน้ำเงินสวยชวนชิม

เมนูเด็ดอย่าง ขนมชั้น (20 บาท) ที่ร้านจะทำเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆ ชิ้นพอคำ ใส่สีทั้งสีที่ได้จากธรรมชาติอย่างดอกอัญชัน และสีผสมอาหารสีต่างๆ ชิมขนมชั้นเนื้อนุ่มนิ่มหนึบ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วน ขนมขี้หนู (30 บาท) ก็สีสวยถูกใจ ทำจากแป้งขูดเป็นผงเล็กๆ ทำเป็นสีเขียวอ่อนและชมพู โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดufabet

ทางด้าน ตะโก้ (25 บาท) ที่มาเป็นกระทง ด้านล่างเป็นไส้เผือกที่ผสมมาเป็นอย่างดี ได้รสหวานนิดๆ หอมมันเผือก ด้านบนเป็นกะทิหอมมันออกเค็มนิดๆ กินแล้วเข้าคู่กันดีมากๆ

ขนมไทยๆ ก็จะขาด ชุดมงคล (70 บาท) ไม่ได้ มีทั้งขนมเสน่ห์จันทน์ ขนมทองเอก และขนมจ่ามงกุฎ สีเหลืองทองสวยชวนกิน เคี้ยวมัน หอมหวานกำลังดี ชื่อของขนมก็เป็นมงคลด้วย

ถัดมาก็เป็น ขนมห่อใบตอง (ชิ้นละ 6 บาท) มีให้เลือกทั้งขนมกล้วย ขนมฟักทอง และขนมใส่ไส้ ห่อมาในใบตองแบบโบราณ อีกทั้งยังมี ช่อม่วง (50 บาท) สีม่วงสวย จับจีบมาคล้ายดอกไม้ ไส้ด้านในเป็นถั่วกวนหวานๆ เค็มๆ หรือจะเป็น ข้าวเหนียวสังขยา (20 บาท) ที่ห่อมาในใบตอง ข้าวเหนียวเป็นข้าวเหนียวมูนเนื้อนุ่มหอมหวาน ไส้สังขยาหอมไข่หวานมัน

มาถึงเรื่องเครื่องดื่ม มีแนะนำให้ลองชิมคือ กาแฟบ้านข้าวหนม (85 บาท) ที่ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟไทยและนอกผสมกัน ชงเป็นกาแฟเย็น ด้านล่างเป็นน้ำตาลเคี่ยว เวลากินต้องคนให้เข้ากัน จะได้ความเข้มข้นของกาแฟ ตัดกับความหวานหอมของน้ำตาลเคี่ยว

อีกแก้วคือ ชาเขียวหลงยุค (70 บาท) ใช้ผงชาเขียวแท้ๆ ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ได้ความเข้มข้นของชาเขียว และความหวานหอมจากน้ำตาลทรายแดง

ร้านขนมไทยเล็กๆ แห่งนี้ยังมีอีกหลายเมนูให้ลองชิม เช่น กลีบลำดวน (85 บาท) สังขยาหม้อแกง (35 บาท) ขนมต้ม (35 บาท) กล้วยเชื่อม (40 บาท) เป็นต้น ใครที่มาเที่ยวที่อยุธยา ก็ลองแวะมาชิมขนมไทยอร่อยๆ กันได้ จะนั่งชิมนั่งชิลกันที่ร้าน หรือจะซื้อเป็นขนมของฝากกลับบ้านไปก็ดีไม่น้อย