หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร บนถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง ซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นสะดือเมืองในสมัยพระยาเม็งรายนั่นเองค่ะ เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมือง ก่อนที่จะย้ายไปวัดเจดีย์หลวงรวมที่เที่ยวแพร่

และบริเวณยังเคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว ต่อมาเมื่อศาลากลางย้ายไปใช้หลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ก็เลยปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นั่นเองค่ะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ.2542 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย

เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมืองก่อนที่จะย้ายไปวัดเจดีย์หลวง ที่ดินเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 จนถึงเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาลจึงได้ประทานให้รัฐบาล เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อศาลากลางย้ายไปใช้หลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ.2542 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปเชียงใหม่

ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีนิทรรศการถาวร 15 ห้อง จัดแบ่งตามเนื้อหาสาระ นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคสร้างบ้านสร้างเมือง ล่วงเลยผ่านวันเวลาอันรุ่งเรืองและเสื่อมถอย เปลี่ยนแปลงจวบจนเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ระบบการปกครอง วีถีชีวิตภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของชาวเชียงใหม่ นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่ออันทันสมัย ทั้งสไลด์ วีดีทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิก และภาพประกอบคำบรรยาย

อาคารส่วนหลัง แบ่งเป็นห้องนิทรรศการหมุนเวียน ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ห้องประชุม ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟ รองรับสำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่

ภายใน หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นี้ จะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ รวมแล้วมีนิทรรศการถาวรกว่า 15 ห้องเลยทีเดียว โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ ยุคสร้างบ้านสร้างเมือง มาจนเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ระบบการปกครอง วีถีชีวิตภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่

โดยจะถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น สไลด์ วีดีทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิกต่างๆ รวมถึงมีอาคารส่วนหลัง ที่จะมีห้องนิทรรศการหมุนเวียนกันไปด้วย และยังมีโซนไว้จัดกิจกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นี้ ได้เรียนรู้อดีตที่ผ่านมาของ เชียงใหม่ แบบจัดเต็มเลยทีเดียวค่ะ

ตัวอาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2467 เป็นอาคารสูง 2 ชั้น เคยใช้เป็นหอคำ ศาลาว่าการรัฐบาลมณฑลพายัพ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังเมื่อมีการย้ายศูนย์ราชการออกไปนอกเมืองในปี พ.ศ. 2539 อาคารนี้จึงได้รับการปรับปรุงเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้ถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น อันจะสร้างความเข้าใจ ตระหนักรู้ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่ต่อไปในอนาคต หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่

อาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรม มีห้องนิทรรศการถาวรถึง 15 ห้องจัดแบ่งตามเนื้อหาสาระ นับตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคของการสร้างบ้านแปงเมือง ล่วงเลยผ่านวันเวลาอันรุ่งเรืองและเสื่อมถอย เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งเป็นเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิต ภูมิปัญญา การเมืองการปกครองและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของคนเชียงใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่อที่ทันสมัย ทั้งสไลด์ วีดิทัศน์ ซอฟต์แวร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟิกและภาพประกอบคำบรรยาย เพื่อให้การชมมีความน่าสนใจและได้ความรู้

การเดินทาง ไปยังหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

ตัวของ หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ จะอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เลยค่ะ สามารถเดินทางปักหมุดตามแผนที่มาได้เลย หาไม่ยากแน่นอน หรือถ้าใครไม่มีรถจะนั่งรถแดง หรือ นั่งรถประจำทาง RTC Bus ufaสาย R3 (สายวนรอบเชียงใหม่) มาก็ได้ค่ะ ลงสถานีอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ได้เลย

โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ หลังจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร อีกทางหนึ่ง คือ จากนครสวรรค์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปางถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

รถไฟ มีรถด่วนและรถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ทุกวัน ปลายทางสถานีรถไฟเชียงใหม่

รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

เครื่องบิน มีบริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *