วิหารแพนธีออน Pantheon

วิหารแพนธีออน Pantheon

วิหารแพนธีออน Pantheon การไปเที่ยว โรม เมืองหลวงของ ประเทศอิตาลี สิ่งแรกๆ ที่พลาดไม่ได้เลยคือการไปเยี่มชมสถาปัตยกรรมและศิลปะโบราณที่อนุรักษ์มาเป็นเวลาหลายร้อยปี บางสถานที่อาจมีอายุยาวนานมากกว่านั้น และมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์มากๆ ด้วยเช่นกันวิหารแพนธีออน Pantheonที่เที่ยวอิตาลี ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดแม้จะผ่านกว่า 2,000 ปีแล้วก็ตาม และนับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันน่าทึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเลยก็ว่าได้ผาช่อ เชียงใหม่

สถาปัตยกรรม วิหารแพนธีออน

วิหารแพนธีออน (Pantheon)คือเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ใน กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วง 27-25 ปีก่อนคริสต์ศักราชโดย มาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา (Marcus Vipsanius Agrippa) แม่ทัพซึ่งเปรียบเสมือนมือขวาของ จักรพรรติออกุสตุส (Augustus) จักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน แม้จุดประสงค์ในการสร้างในยุคนั้นจะไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของ จักรพรรดิฮาเดรียน ในปี ค.ศ. 126 วิหารแพนธีออนแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นเทวสถานบูชาเทพเจ้าแห่งกรีก-โรมันทั้ง 7 แห่งดาวในระบบสุริยะ ได้แก่  พระอาทิตย์ (Apollo) พระจันทร์ (Diana) อังคาร (Mars)  พุธ (Mercury) พฤหัส (Jupiter) ศุกร์ (Venus) และ เสาร์ (Saturn)

ในสมัยนั้น การสร้างเทวสถานเพื่อบูชาเทพเจ้าหลายองค์เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะวิหารกรีก-โรมันส่วนใหญ่ที่สร้างขึ้นมักจะมีจุดประสงค์เพื่อบูชาเทพเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น แต่วิหารแพนธีออนแห่งนี้กลับสร้างเพื่อบูชาเทพเจ้าทุกพระองค์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ แพนธีออน (Pantheon Πάνθεον) ในภาษากรีก แปลว่า “เกียรติศักดิ์แห่งทวยเทพ” นั่นเองค่ะ

แต่เมื่อเข้าสู่ปี ค.ศ. 609 วิหารแพนธีออนแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นโบสถ์คริสต์ และยังคงความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของกรุงโรมต่อไป ที่นี่เป็นที่ฝังศพของบุคคลสำคัญในอิตาลี ไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล (Raphael) หนึ่งในจิตรกรอันเลื่องชื่อจากยุคเรเนสซองส์ (Renaissance) และ กษัตริย์เอมานูแอลที่สอง (Victor Emmanuel II) ผู้ทรงรวบรวมแผ่นดินอิตาลีให้เป็นหนึ่งเดียว

วิหารแพนธีออน

สถาปัตยกรรม วิหารแพนธีออน

ตลอดเวลากว่า 2,000 ปี วิหารแพนธีออน ได้ผ่านการซ่อมแซมต่อเติมนับไม่ถ้วน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวิหารแห่งนี้ถึงยังคงสภาพที่สมบูรณ์ไว้ได้อยู่ สิ่งแรกที่เป็นจุดสังเกตของที่นี่คือ หน้ามุขที่เป็นทรงสามเหลี่ยมและมีเสาศิลปะคอรินเธียน (Corinthian) 8 ต้น แต่ตัววิหารกลับเป็นรูปทรงกระบอกคล้ายถังน้ำมันขนาดใหญ่ สร้างจักวัสดุที่มีส่วนผสมคล้ายปูนซีเมนต์ในปัจจุบัน ถือเป็นการก่อสร้างที่โอ่อ่าอลังการมากๆ ในสมัยนั้นไฮโล

แต่ที่น่าทึ่งมากที่สุดก็คือ โดมขนาดใหญ่ ที่มี ช่องวงกลม (Oculus) หรือที่เรียกว่า “ช่องตา” อยู่ตรงกลางโดมเพื่อเปิดให้แสงสาดส่องเข้ามาในตัววิหาร โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 43.30 เมตร เชื่อกันว่าเป็นดวงตาสวรรค์ที่เอาไว้เชื่อมโยงระหว่างเทพเจ้าและมนุษย์ แต่ถ้าอิงตามทฏษฎีวิทยาศาสตร์ก็สันนิษฐานว่า Oculus อาจมีหน้าที่เป็นนาฬิกาจากแสงอาทิตย์ เพื่อให้แสงอาทิตย์อาบส่องลงมาที่ตังกษัตริย์เวลาประกอบพิธีต่างๆ ก็เป็นได้ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว โดมของวิหารแพนธีออนถือเป็นการออกแบบและสิ่งก่อสร้างชิ้นเอกของสถาปนิกในยุคนั้นเลยค่ะ เนื่องจากสถาปนิกและวิศกรในสมัยนั้นพยายามสร้างโดมหลังนี้ให้มีน้ำหนักที่เบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยลดความหนาลงทีละน้อย และมีวัสดุเพื่อให้ถ่ายเทน้ำหนัก ทำให้โดมหลังนี้ยังคงอยู่อย่างมั่นคงสู้แรงโน้มถ่วงมาจนถึงปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *