เที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!! ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือ นำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือสูงขนาดตึก 14-17 ชั้นโดยประมาณ) ด้านหน้าประตูทางเข้า จะมีคนจำหน่ายดอกไม้ธูปเทียน เราไม่ต้องไปซื้อนะ เพราะถ้าเราซื้อบัตรเข้าชม สามารถนำบัตรไปแลกดอกไม้ฟรี ได้ที่ด้านใน เกือบไปแล้วเราปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว

โถงทางเดินด้านในมีบันไดแบ่งเป็นสองฝั่งซ้ายมือเป็นสีขาวละมุน ขวามือเป็นสีชมพูอ่อนหวาน เราค่อยเดินกันไปชั้นที่สอง ที่นี่เราจะเห็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทยอีก ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลี ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ที่สวยงามมากๆ อยากให้คนไทยมาชมกันเยอะๆ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

โถงด้านในประดับด้วยกระเบื้องลวดลายสวยงาม ละเอียดมากๆ เรียงชิ้นต่อชิ้นเลยก็ว่าได้ ขอนอกเรื่องนิดนึงใครเป็นคนเลือกสีชมพูโทนนี้ มันสวยมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้ดีกับรูปแบบลายไทย เราชอบมากๆ และส่วนที่เป็นสีชมพู จะเห็นได้ว่ารูปทรงลวดลายไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก แต่พอทำเป็นสองสี ก็มีมุมให้ได้ถ่ายรูปเยอะขึ้น ดูพิเศษขึ้นมาทันที

เดินดูรอบๆ ด้วยความอิ่มเอมใจ ชื่นชมคนที่บรรจงสร้างสิ่งสวยงามนี้ขึ้นมา กระเบื้องเล็กๆ ถูกเรียงต่อกัน เกิดเป็นลวดลายต่างๆ สวยงามมากจริงๆอาคารศาลาการตกแต่งเป็นการผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่นการใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่างๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร ไม่ต้องไปไกลถึงอินเดียเลย ที่นี่สวยงามไม่แพ้กัน

เราจะเดินขึ้นยังชั้นที่สอง และต่อไปถึงส่วนที่เป็นด้านในตัวช้าง ไม่คิดเลยว่าจะขึ้นไปได้ อเมซซิ่งมาก เดินบันไดต่อไปยังด้านบน เราคาดว่าในส่วนนี้น่าจะเป็นส่วนของขาช้าง มีลิฟต์ให้บริการด้วยนะสำหรับใครที่เดินขึ้นไปกันไม่ไหว ลิฟต์ก็อยู่ในขาช้างเหมือนกัน เดินบันไดวนขึ้นไปประมาณสามสี่ชั้น ผนังตกแต่งลวดลายสวยงาม

ชั้นจักรวาล

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ชั้นสวรรค์

เป็นบริเวณภายในตัวอาคารรูปช้าง จัดแสดงโบราณวัตถุ คือ พระพุทธรูปโบราณสมัยต่างๆ ซึ่งจัดแสดงในลักษณะของการประดิษฐานให้สมกับความที่เป็นสิ่งเคารพบูชาอันเป็นค่าควรเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีรอยพระพุทธบาท ให้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล มองลงมาข้างล่างก็ได้มุมแปลกตาไปอีก ถ่ายรูปกันเพลินเลย เดี๋ยวพาไปชมด้านนอกรอบๆ กัน  ระเบียงรอบๆ ด้านนอก เดินได้รอบเลย ลงมาด้านล่าง เรามาเดินลอดท้องช้างกัน ซึ่งพอเดินผ่านช้างก็จะมีเสียงด้วย แปร๊นนนน น่ารัก เสียงช้างนะไม่ใช่เสียงเรา

หลังจากที่ไหว้เสร็จก็ไปแลกรับดอกบัวมาลอยกันได้ด้วย ถือเป็นการทุกข์ลอยโศก ให้ต่อจากนี้เรามีแต่ความสุข รอบนอกเป็นสวนหย่อม ร่มรื่นมีต้นไม้เล็กใหญ่สลับกันไป แถมมีมุมน้ำตกจำลองให้นั่งพักผ่อนกันด้วย ใครสนใจอยากให้ลองแวะเวียนกันมาชมได้นะ อยากให้มาเห็นความสวยงามของที่นี่กันเยอะๆ คราวหน้าเราจะพาไปเปิดมุมลับกันที่ไหน ฝากติดตามกันด้วยนะ จับมือเที่ยวกันไปทุกที่เลย

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (The Erawan Museum)

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (The Erawan Museum)

เป็นประติมากรรมลอยตัวรูปช้าง 3 เศียร ซึ่งในทางวรรณคดีไทยเอราวัณซึ่งมีเศียรทั้งหมด 33 เศียร แต่เนื่องจากปัญหาขนาดและโครงสร้างที่ซับซ้อนจึงลดมาเหลือเพียง 3 เศียร

ตัวอาคารแยกเป็น 3 ชั้น ตามความเชื่อในหลักไตรภูมิ คือ ชั้นบาดาล ชั้นโลกมนุษย์ และชั้นสวรรค์
1) ชั้นบาดาล เป็นส่วนของงการจัดเก็บโบราณวัตถุที่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ของเก่าส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องถ้วย แจกัน จาน ชาม ชุดถ้วยชา ชั้นบาดาล มีรูปองค์จำลองมนุษยนาค นั่งอยู่กึ่งกลางห้อง สร้างขึ้นตามความเชื่อเพื่อให้มนุษยนาคคอยดูแลโบราณวัตถุอยู่ใต้น้ำ
2) ชั้นโลกมนุษย์ มีงานศิลปะให้ชม 3 ประเภทด้วยกัน งานปูนปั้นสดประดับด้วยเครื่องถ้วยเบญจรงค์ งานต้นเสาดีบุกดุนลาย และกระจกสี Stain GlassUFABET
3) ชั้นสวรรค์ เป็นส่วนของการจัดเก็บองค์พระพุทธรูปที่มีอายุสมัยเก่าแก่ ซึ่งยังมีงานศิลปะบนผนังท้องช้างที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาล เป็นเทคนิคสีฝุ่นฝีมือช่างชาวเยอรมัน

พอเดินเข้ามาด้านในก็สามารถไปเอาดอกไม้ธูปเทียน เข้าไปไหว้ก่อนค่ะ จากนั้นก็รับดอกบัวมาลอยที่จุดลอยดอกบัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *