ปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว

ปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้วปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว ตั้งอยู่ในอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพระราชวังเขมรโบราณ ที่สำคัญ ของจังหวัดสระแก้ว และก็ ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก คาดการณ์ว่าสร้างขึ้นใน พุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ตั้งรูปเคารพ และก็ ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อศรัทธา

ในลัทธิศาสนาฮินดูคำว่าสด๊กก๊อกธม หมายถึง ” เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่ ” เดี๋ยวนี้ยัง พอเพียง แลเห็นหนองใหญ่ ในสมัยก่อนอยู่ใกล้ๆพระราชวังนั่นเอง สิ่งที่มีคุณค่าแล้วก็สำคัญยิ่ง ของ พระราชวัง สด๊กก๊อกธมเป็น การเจอหลักแผ่นจารึกสด๊กก๊อกธม (หลัก ที่ 2) ซึ่งเขียนบันทึกเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของชาติเขมร เป็นช่วงเวลานาน ถึง 200 ปี

ประวัติความเป็นมา

มีการศึกษาค้นพบแผ่นจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรเขมรโบราณ เป็นหลักฐานสำคัญ ที่บ่งถึงอายุการสร้างวัง สด๊กก๊อกธมที่นี้ตลอดจนบอกถึงจุดประสงค์ ของการสร้าง จารึกหลักที่ 2 ว่าพระผู้เป็นเจ้าอุทัย ทิตยวรมันที่ 2

ได้ปฏิสังขรณ์ปราสาทเยอนี้เมื่อปี พุทธศักราช 1595 และกษัตริย์ที่อาณาจักรเขมร เป็นผู้ชุบเลี้ยง คุ้มครองปกป้องศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิต เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ให้คำแนะนำ เสนอแนะรวมทั้ง เป็นตัวกลาง ระหว่าง เทพเจ้ารวมทั้งกษัตริย์ และก็ความเป็นมา ของสายตระกูล พราหมณ์ ผู้ประกอบพิธี เทวราช การกระทำพระเทวราช แล้วก็รูปเคารพ การสร้างหมู่บ้าน การบุญต่างๆ ในศาสนา เป็นต้น ปัจจุบันจารึกทั้ง 2 ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

ปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว

ตัวปราสาทก่อด้วยหินทราย มีซุ้มประตูคงเหลืออยู่ เพียงแค่ด้านทิศตะวันออก รวมทั้งทิศตะวันตกเพียงแค่นั้น

ด้านในระเบียงคตมี บรรณาลัยก่อด้วย หินทราย 2 หลัง อยู่หน้าพระราชวังหลังกลาง ซึ่งเป็นปรางค์ ประธาน ข้างนอกวังทางทิศตะวันออก มีสระขนาดใหญ่ รูปสี่เหลียมมีถนนหนทางปูด้วยหิน จากตัว พระราชวังไป จนกระทั่ง สระน้ำ

ปราสาทสด๊กก๊อกธม มีองค์ปราสาท 3 หลัง เบื่อนหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวพระราชวังก่อด้วย หินทราย รวมทั้งหินแลงตาม ลักษณธศิลป์เขมร แบบคลัง – บาปวน
แผนผังวังภายนอกเป็นกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแดง มีทางเข้าหลักเข้าเกณฑ์ เป็นซุ้มประตูด้าน ทิศตะวันออก สร้างด้วยหินทราย ผ่านโคปุระ เข้ามาจะเจอคูน้ำรูปตัวยูล้อมพระราชวัง 4 ด้าน

มีกำแพงแก้ว 2 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยหินแลง ชั้นในทำด้วย หินทรายถัดเข้าไป เป็นระเบียงคด โอบล้อม ตัวพระราชวัง มีโคปุระ อยู่กลางกำแพงปราสาท มีปรางค์ประธานอยู่บริเวณตรงกลางด้านหน้า ปรางค์ ประธาน ส่วนรอบๆมุม ระเบียงคด เป็นที่ตั้งของบรรถาลัยสองหลัง คาดคะเนว่าเป็นที่เก็บตำรา

คัมภีร์ปราสาท นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เหมือนกับพระราชวังเขมรอื่นๆด้วย ความเชื่อถือของเขมร ที่ว่าทิศตะวันออก เป็นด้านที่พลังแสงสว่าง รวมทั้งสิริมงคล ส่วนทิศตะวันตก เป็นด้านแห่งความตาย

ปรางค์ประธานเปรียบได้ดั่งเขาพระสุเมรุ ล้อมด้วยเสา เป็นปริมณฑลบ่งชี้ว่า เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ข้างในปรางค์ประธาน เดิมเป็นที่ตั้งศิวลึงค์ อันเป็นรูปเคารพแทนองค์พระศิวะ หนึ่งในเทพสูงสุดสามองค์ของฮินดู

แสดง ว่าพระราชวัง ที่นี้เป็นศาสนสถาน ของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งเชื่อถือพระศิวะเป็นใหญ่ เดี๋ยวนี้ เหลือแค่เพียงแต่ฐานโยนีแค่นั้นนอกเหนือจากนั้น ผังปราสาท ยังชี้ให้เห็น ถึงความศรัทธาเรื่องจักรวาลของศาสนาฮินดู โดยมีเขาพระสุเมรุ อยู่ตรงกลางล้อมด้วยห่วงน้ำที่ใหญ่โตมโหฬร เมื่อเดินเข้า โคปุระ ด้านทิศตะวันออก ของกำแพงแก้ว ผ่านคลองแล้วก็ ระเบียงคดเข้าไปก็พอๆกับได้ไปสู่จุดศูนย์กลางจักรวาล

ทางเดินเข้าปราสาท

ปราสาทหินสด๊กก๊อกธม ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคทิศตะวันออก ผลิตขึ้นตมลักษณะศิลป์เขมร แบบคลังต่อบาปวน ในตอนพุทธศักราชที่ 15 – 16 มีการตรวจสอบเจอ แผ่นจารึกสองหลักซึ่งตั้งชื่อว่าจาก สด๊กก๊อกธม

ปราสาทสด๊กก๊อกธมปัจจุบันนี้ได้รับการบูรณะอย่างแม่นย่ำ แล้วก็งดงาม ด้วยแนวทางอนัสติโลสิส หรือ การพยายามค้นหา องค์ประกอบหินที่ขจัดขจาย มาทดสอบ ประกอบคืนตำแหน่งเดิม ทำเครื่องหมาย ไว้แล้วรื้อถอนออก เพื่อเสริมรากฐานรวมทั้งความแข็งแรง

แล้วหลังจากนั้น ก็เลยนำองค์ประกอบกลับขึ้นไปประกอบใหม่อีกทีหนึ่ง จนถึงทำให้พวกเรา ได้มองเห็น ภาวะของตัวปราสาทได้อย่างชัดเจนอย่างแรก ที่พวกเราจะได้มองเห็น เมื่อจะเดินไปสู่ ตัวปราสาท ก็คือ “เสานางเรียง” เสาหินทรง สี่เหลี่ยมยอดเสา สลักเหมือนรูปดอกบัวตูม ปริมาณ 86 ต้น

ตั้งเรียงรายเป็นระยะทั้งสองข้างเชื่อมไปยัง ประตูปากทางเข้า สู่ตัววังเมื่อก่อน ใกล้จะถึงตัวปราสาท ก็ จะพบ กำแพงแก้ว ก่อด้วยหินแลง แผนผังเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปากทางเข้ามี โคปุระ(ซุ้มประตู) ชั้นนอกรวมทั้งชั้นใน หน้าบัน ยังคงปรากฏลวดลายแกะสลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *